Pirelli Thailand by ATV เช็คราคายานยนต์ ออนไลน์

การจ่ายค่างวดรถยนต์งวดสุดท้ายถือเป็นจุดหมายสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนรอคอย เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพทางการเงินจากภาระผูกพันระยะยาว แต่หลังจากความโล่งใจนั้น ยังมีภารกิจสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด นั่นคือ “การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์” ให้ชื่อในเล่มทะเบียนเปลี่ยนจากชื่อของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) มาเป็นชื่อของคุณอย่างสมบูรณ์ ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งและมีกรอบเวลาทางกฎหมายกำหนดไว้ 

วันนี้ พิเรลลี่ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน พร้อมเปิดทุกขั้นตอนและข้อควรรู้ เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์คันโปรดได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้กังวล

จ่ายค่างวดสุดท้ายครบแล้ว ต้องทำอะไรต่อเป็นอย่างแรก?

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน

หลังจากชำระค่างวดสุดท้ายเรียบร้อย หลายคนอาจสงสัยว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการติดต่อกับบริษัทไฟแนนซ์ที่คุณทำสัญญาเช่าซื้อไว้ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการ

1. ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อยืนยันการปิดยอดบัญชี 

โทรศัพท์หรือติดต่อบริษัทไฟแนนซ์เพื่อแจ้งการชำระเงินงวดสุดท้าย และยืนยันว่าบัญชีของคุณได้ปิดยอดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค้างชำระ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในระบบถูกต้อง

2. สอบถามเรื่องการรับชุดโอนกรรมสิทธิ์ 

โดยปกติแล้ว หลังจากปิดบัญชีประมาณ 7-15 วันทำการ ไฟแนนซ์จะจัดส่งเอกสารสำคัญที่เรียกว่า “ชุดโอนกรรมสิทธิ์” มาให้คุณทางไปรษณีย์ ซึ่งจะประกอบด้วย เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง, แบบฟอร์มคำขอโอน, หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรองของกรรมการผู้มีอำนาจของไฟแนนซ์

3. เลือกระหว่างดำเนินการเอง หรือให้ไฟแนนซ์จัดการให้ 

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะนำเอกสารไปดำเนินการโอนด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก หรือจะใช้บริการของไฟแนนซ์ให้จัดการให้ ซึ่งจะมีค่าบริการเพิ่มเติมเข้ามา แต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน

นี่คือคำถามสำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของเรื่องนี้ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า เจ้าของรถจะต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในเอกสารการโอน หากดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ดังนั้น เมื่อได้รับเอกสารชุดโอนจากไฟแนนซ์แล้ว ควรรีบดำเนินการทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่ไม่จำเป็น

โอนเองกับให้ตัวแทนจัดการ ต่างกันอย่างไร 

เมื่อถึงขั้นตอนการโอนเจ้าของรถ หลายคนมักลังเลว่าจะดำเนินการด้วยตัวเองหรือให้ไฟแนนซ์/ตัวแทนจัดการให้ดี ลองมาเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และค่าใช้จ่ายกันดีกว่า

ดำเนินการด้วยตัวเอง (โอนเองที่ขนส่ง)

  • ข้อดี : ประหยัดค่าบริการ ได้เล่มทะเบียนคืนทันทีในวันที่ดำเนินการเสร็จ
  • ข้อเสีย : ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่กรมการขนส่งทางบก นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ และรอคิว
  • ค่าใช้จ่าย : ชำระเฉพาะค่าธรรมเนียมตามจริงของกรมการขนส่งทางบก (ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคาประเมินรถ)

ให้ไฟแนนซ์หรือตัวแทนจัดการให้

  • ข้อดี : สะดวกสบาย ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องขับรถไปตรวจสภาพเอง เพียงเซ็นเอกสารแล้วส่งกลับไปที่ไฟแนนซ์
  • ข้อเสีย : มีค่าบริการเพิ่มเติม และต้องรอเล่มทะเบียนส่งกลับคืนประมาณ 2–4 สัปดาห์
  • ค่าใช้จ่าย : มีค่าบริการดำเนินการเพิ่มจากค่าธรรมเนียมปกติ (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละไฟแนนซ์)

โอนลอยคืออะไร ทำไมไม่ควรทำ

การโอนลอย คือ การที่ผู้ขายลงนามในเอกสารโอนรถและหนังสือมอบอำนาจไว้ โดยยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกทันที แม้การโอนลอยจะสะดวกเมื่อต้องการขายรถต่อให้คนอื่นอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ไม่ควรทำ ดังนี้

  • ความเสี่ยงทางกฎหมาย : หากผู้ซื้อนำรถไปทำผิดกฎหมาย โดนใบสั่งจราจร หรือนำไปใช้ในก่ออาชญากรรม ชื่อในระบบขนส่งยังคงเป็นชื่อของคุณ คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายจนกว่าจะพิสูจน์ได้
  • ความเสี่ยงด้านการเงิน : หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนให้เรียบร้อย ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี หรือค่าปรับต่าง ๆ จะยังคงผูกพันกับตัวคุณอยู่เสมอ

ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน

สำหรับผู้ที่เลือกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แม้จะฟังดูยุ่งยาก แต่ขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเตรียมตัวให้พร้อมและทำตามลำดับดังนี้

1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน 

รวบรวมเอกสารชุดโอนที่ได้รับจากไฟแนนซ์ และเตรียมเอกสารส่วนตัวของคุณให้พร้อม (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป) กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องและครบถ้วน

2. นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ 

ขับรถยนต์ของคุณไปยังกรมการขนส่งทางบกในเขตพื้นที่ที่รถจดทะเบียนไว้ และนำรถเข้าไปยังอาคาร “ตรวจสภาพรถ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์

3. ยื่นเรื่องที่ฝ่ายงานทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียม 

เมื่อตรวจสภาพรถเสร็จแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่อาคารงานทะเบียน กดบัตรคิว และรอเจ้าหน้าที่เรียกเพื่อตรวจสอบเอกสารและประเมินค่าใช้จ่าย จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมด

4. รอรับเล่มทะเบียนรถฉบับใหม่ (ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) 

หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลในเล่มทะเบียนรถยนต์ โดยจะเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของคุณ ใช้เวลารอไม่นาน คุณก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถฉบับสมบูรณ์กลับบ้าน

เช็กลิสต์เอกสารและค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน

เพื่อให้การดำเนินการราบรื่น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับหลายรอบ การเตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด

  • เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการโอนรถ
    • เล่มทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริง)
    • แบบฟอร์มคำขอโอนและรับโอน ซึ่งลงนามโดยผู้โอน (ไฟแนนซ์) และผู้รับโอน (ตัวคุณ)
    • หนังสือมอบอำนาจจากไฟแนนซ์
    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้โอน (กรรมการผู้มีอำนาจของไฟแนนซ์)
    • สำเนาบัตรประชาชนของคุณ (ผู้รับโอน)
    • (กรณีรถติดแก๊ส) ใบรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
    • ค่าคำขอโอน: 5 บาท
    • ค่าธรรมเนียมการโอน: 100 บาท โดยประมาณ
    • ค่าอากรแสตมป์: 500 บาท ต่อทุก ๆ การประเมินราคารถ 100,000 บาท
    • ค่าตรวจสภาพรถ: 50 บาท
    • ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน (กรณีต้องการเปลี่ยน): 200 บาท และค่าแผ่นป้ายทะเบียนใหม่

กรณีเอกสารจากไฟแนนซ์ล่าช้าหรือสูญหาย ต้องทำอย่างไร

หากปิดบัญชีค่างวดรถไปแล้ว แต่ประสบปัญหาเกี่ยวกับเอกสาร ให้ปฏิบัติ ดังนี้

  • กรณีเอกสารล่าช้าเกิน 15 วัน : ให้ติดต่อฝ่ายคอลเซ็นเตอร์หรือฝ่ายโอนกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์ทันที เพื่อขอเลขพัสดุสำหรับติดตามเอกสาร หากไฟแนนซ์ส่งเอกสารช้าทำให้เกินกำหนด 15 วัน สามารถขอใบยืนยันวันที่ออกเอกสารจริงจากไฟแนนซ์ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ขนส่งเพื่อเว้นเว้นค่าปรับได้
  • กรณีเอกสารสูญหาย (ระหว่างจัดส่งหรือทำหายเอง)
  1. แจ้งความเอกสารหายที่สถานีตำรวจเพื่อขอใบแจ้งความ
  2. ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอออกชุดโอนและหนังสือมอบอำนาจชุดใหม่
  3. อาจมีค่าธรรมเนียมการออกเอกสารใหม่ทดแทนตามเงื่อนไขของแต่ละไฟแนนซ์

ข้อเสียของการไม่โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้เรียบร้อย

บางคนอาจคิดว่าการโอนกรรมสิทธิ์เป็นเรื่องยุ่งยากและปล่อยทิ้งไว้ก่อน แต่การเพิกเฉยอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ซับซ้อนกว่าในอนาคตได้

  • ความเสี่ยงด้านค่าปรับตามกฎหมาย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท หากไม่ดำเนินการโอนภายใน 15 วัน
  • ปัญหาในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับรถในอนาคต (ขายต่อ, รีไฟแนนซ์) คุณจะไม่สามารถขายต่อรถ หรือนำรถไปรีไฟแนนซ์ได้ เนื่องจากชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของไฟแนนซ์ ทำให้คุณไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายในการทำธุรกรรมเหล่านั้น
  • ปัญหาด้านประกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น กระบวนการเคลมประกันอาจเกิดความยุ่งยากและล่าช้าได้ เนื่องจากชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนและชื่อผู้เอาประกันอาจไม่ตรงกัน

สรุป โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย คือการเป็นเจ้าของรถที่สมบูรณ์

เมื่อได้ไขข้อสงสัยกันไปแล้วว่า ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน การดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดจะช่วยให้คุณสบายใจและหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ในระยะยาว ซึ่งการเป็นเจ้าของรถที่สมบูรณ์นั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยมเสมอ 

เช่นเดียวกับการเลือกใช้ยางรถยนต์คุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพราะยางคือส่วนประกอบเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนและส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ซึ่งยางรถยนต์ Pirelli พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัยให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ของคุณโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยซีรีส์และขนาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถยนต์ขอบ 17, ยางรถยนต์ขอบ 18 สำหรับการใช้งานรถอย่างเต็มสมรรถนะ

PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน ถ้าเกินกำหนดปรับเท่าไหร่

ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในเอกสารการโอน หากเกินกำหนดจะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

ไฟแนนซ์ส่งชุดโอนมาให้ภายในกี่วันหลังปิดบัญชี

โดยทั่วไปบริษัทไฟแนนซ์จะจัดส่งชุดเอกสารโอนกรรมสิทธิ์มาให้ทางไปรษณีย์ภายใน 7 – 15 วันทำการ หลังจากชำระเงินงวดสุดท้ายและยืนยันการปิดยอดบัญชีเรียบร้อยแล้ว

โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ต้องนำรถไปตรวจสภาพด้วยหรือไม่

ต้องนำรถไปตรวจสภาพ หากคุณเลือกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก แต่หากเลือกใช้บริการให้ไฟแนนซ์หรือตัวแทนดำเนินการแทน ทางไฟแนนซ์จะมีขั้นตอนจัดการเรื่องการตรวจสภาพให้ตามเงื่อนไข

ค่าโอนรถทั้งหมดประมาณเท่าไหร่

หากดำเนินการโอนเอง ค่าใช้จ่ายหลักจะอยู่ที่ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท ต่อราคาประเมินรถทุก ๆ 100,000 บาท บวกกับค่าคำขอ ค่าธรรมเนียม และค่าตรวจสภาพรถรวมประมาณ 155 บาท (รวมเฉลี่ยประมาณ 650 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับราคารถ)

ต้องไปโอนที่ขนส่งจังหวัดที่จดทะเบียนรถไว้เท่านั้นหรือไม่

โดยปกติแล้วจะต้องไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมการขนส่งทางบก ในเขตพื้นที่ที่รถนั้นจดทะเบียนไว้ (ดูได้จากเล่มทะเบียน) แต่หากต้องการโอนย้ายพื้นที่ สามารถทำเรื่องขอแจ้งย้ายรถออกและย้ายเข้าปลายทางได้

บทความจาก Pirelli

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า