Pirelli Thailand by ATV เช็คราคายานยนต์ ออนไลน์

ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนอย่างมากจากข่าวสงคราม การมองหาตัวช่วยลดค่าใช้จ่ายกลายเป็นสิ่งที่คนมีรถมองหา และหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “ยางประหยัดน้ำมัน” ทว่าหลายคนยังคงสงสัยว่ายางประเภทนี้สามารถช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้จริงหรือไม่ หรือต้องแลกมาด้วยสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ลดลง พิเรลลี่จะพาทุกคนไปเจาะลึกหลักการทำงาน วิธีเลือกอ่านสเปกยาง และการคำนวณจุดคุ้มทุนจริงบนท้องถนน

ยางประหยัดน้ำมัน คืออะไร ประหยัดได้จริงกี่ %

ยางประหยัดน้ำมัน (Eco Tire) ช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงประมาณ 3–5% หรือประหยัดค่าน้ำมันได้หลายพันบาทตลอดอายุการใช้งาน โดยทำงานผ่านเทคโนโลยีลดแรงต้านทานการหมุน (Rolling Resistance) ควบคู่กับส่วนผสมคอมพาวด์ซิลิกา (Silica) สังเกตประสิทธิภาพได้ง่ายๆ จากเกรด A ถึง G บนฉลากสติ๊กเกอร์ยางที่แปะมา

ยางประหยัดน้ำมัน ทำงานอย่างไร

ยางประหยัดน้ำมัน ทำงานอย่างไร

ยางประหยัดน้ำมัน คือยางรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างและส่วนผสมเนื้อยางเป็นพิเศษเพื่อลดการสูญเสียพลังงานขณะล้อหมุน โดยมีหลักการทำงานสำคัญ 2 ส่วน

  • ลดแรงต้านทานการหมุน (Low Rolling Resistance) : ขณะรถขับเคลื่อน หน้ายางจะสัมผัสและบิดตัวตามพื้นถนน ยางทั่วไปจะเสียรูปและเกิดความร้อนสะสมสูง ทำให้เครื่องยนต์ต้องส่งแรงหมุนมากขึ้น แต่ยางประหยัดน้ำมันจะบิดตัวน้อยลง เครื่องยนต์จึงออกแรงน้อยลงและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง
  • เนื้อยางส่วนผสมซิลิกา (Silica-Rich Compound) : การนำสารซิลิกามาผสมในเนื้อยางช่วยลดความร้อนสะสมและลดแรงเสียดทานการหมุนโดยไม่เสียการยึดเกาะ ช่วยให้เนื้อยางมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

ค่า Rolling Resistance บนฉลากยาง A-G แปลเป็น % น้ำมันที่ประหยัดได้

เกรด Rolling Resistanceระดับแรงต้านการหมุนอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย (เทียบกับเกรด G)
Grade Aต่ำที่สุดประหยัดน้ำมันได้สูงสุดประมาณ 7.5%
Grade Bต่ำมากประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 5.0% – 6.0%
Grade Cมาตรฐานพรีเมียมประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 3.0% – 4.5%
Grade D / Eปานกลางประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 1.5% – 2.5%
Grade F / Gสูงไม่ช่วยประหยัดน้ำมัน 

 

ฉลากยางมาตรฐานยุโรป (EU Tire Label) ประเมินค่าแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) ออกเป็นระดับอักษร A ถึง G โดยแต่ละเกรดส่งผลต่ออัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างชัดเจน

ยาง PIRELLI รุ่นไหนประหยัดน้ำมันที่ตอบโจทย์การใช้งาน

รุ่นยาง Pirelliจุดเด่นสมรรถนะค่าฉลาก (Rolling / Wet / Noise)ราคาเริ่มต้นประมาณ (บาท/เส้น)
PIRELLI Cinturato P7 (P7C2)ยาง Touring พรีเมียม หน้ากว้างแบน ลดแรงต้าน เบรกถนนเปียกสั้นB / A / 69 dB3,400 – 5,500
PIRELLI Scorpion Verdeยางสำหรับ SUV/Crossover โดยเฉพาะ เน้นประหยัดน้ำมันและลดมลพิษC / A / 71 dB4,200 – 7,500
PIRELLI Cinturato Rossoยางรุ่นใหม่ นุ่มเงียบ สปอร์ต คุ้มค่า ประหยัดพลังงานรอบด้านC / A / 70 dB2,100 – 4,500

 

PIRELLI มียางที่โดดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงานโดยไม่สูญเสียสมรรถนะการยึดเกาะถนนอยู่หลายรุ่น ซึ่งเรามีแนะนำกัน 

การันตีคุณภาพด้วยรางวัล ECO TYRE OF THE YEAR 2022

การันตีคุณภาพด้วยรางวัล ECO TYRE OF THE YEAR 2022

ความโดดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงานของ PIRELLI ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล โดยยางรุ่น PIRELLI Cinturato P7 ได้รับรางวัล ECO TYRE OF THE YEAR 2022 จากสถาบันทดสอบชั้นนำ ยืนยันถึงนวัตกรรมโครงสร้างยางที่ช่วยลดแรงต้านการหมุน ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับยางรุ่น P Zero (PZ4) ที่คว้ารางวัล EDITOR’S CHOICE 2022 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียางระดับโลกกว่า 154 ปี

ยางประหยัดน้ำมันเหมาะกับรถ EV ไหม

ยางประหยัดน้ำมันเหมาะและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 

เพราะสำหรับรถ EV ค่าแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) ที่ต่ำในยางประหยัดพลังงาน จะส่งผลโดยตรงต่อ “ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง” (Range Extender) ยางที่มีค่าแรงต้านการหมุนต่ำจะช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่ ทำให้รถ EV วิ่งได้ไกลขึ้น 3–5% ต่อการชาร์จ ทั้งนี้ Pirelli ได้พัฒนาเทคโนโลยี Elect™ สำหรับรถ EV โดยเฉพาะ เพื่อรองรับทั้งแรงบิดมหาศาล น้ำหนักแบตเตอรี่ และให้ค่าแรงต้านการหมุนต่ำที่สุด

ยางประหยัดน้ำมันเกาะถนนน้อยลงจริงไหม

ยางประหยัดน้ำมันเกาะถนนน้อยลงจริงไหม

ยางประหยัดน้ำมันเกรดพรีเมียมไม่ได้เกาะถนนน้อยลงอย่างที่เคยเข้าใจในอดีต

เพราะในยุคแรก ยางประหยัดน้ำมันมักถูกเพิ่มความแข็งของเนื้อยางเพื่อลดแรงต้าน ส่งผลให้ระยะเบรกยาวขึ้นและเกาะถนนเปียกได้ไม่ดี แต่สำหรับยางยุคปัจจุบัน เช่น PIRELLI Cinturato Series มีการใช้สารประกอบ Silica และ Polymer เทคโนโลยีสูง ช่วยให้เนื้อยางลดแรงต้านการหมุนได้ขณะวิ่งทางตรง แต่ยังคงความยืดหยุ่น ยึดเกาะถนน และทำระยะเบรกบนถนนเปียกได้เกรด A (Wet Grip Grade A) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดบนฉลากยางยุโรป

ปัจจัยอื่นที่ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าตัวยาง

แม้ยางรถยนต์จะมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานดีเยี่ยม แต่หากละเลยการดูแลรักษาปัจจัยเหล่านี้ รถก็ยังคงกินน้ำมันสูงขึ้นได้

  • แรงดันลมยางอ่อนเกินไป : ลมยางอ่อนกว่ามาตรฐานเพียง 5 PSI ทำให้แรงต้านการหมุนสูงขึ้น ส่งผลให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น 2–3%
  • ศูนย์ล้อไม่ตรง : ล้อเอียงหรือไถล ทำให้เกิดแรงฉุดขณะวิ่ง เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น
  • การบรรทุกน้ำหนักเกินจำเป็น : สัมภาระน้ำหนักมากเพิ่มภาระการออกตัวของเครื่องยนต์
  • พฤติกรรมการขับขี่ : การเหยียบคันเร่งรุนแรงและการเบรกกระทันหันบ่อยครั้ง

ตารางคำนวณจุดคุ้มทุนค่าน้ำมันที่ประหยัดได้จริงต่อปี

รายการคำนวณยางทั่วไป (เกรด E/F)ยางประประหยัดน้ำมัน (PIRELLI เกรด B/C)
ปริมาณน้ำมันที่ใช้ต่อปี1,666 ลิตร1,583 ลิตร (ประหยัดขึ้น 5%)
ค่าน้ำมันรวมต่อปี58,310 บาท55,405 บาท
ค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ต่อปี–ประหยัดได้ 2,905 บาท/ปี
ค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ตลอด 2 ปี (40,000 กม.)–ประหยัดได้ 5,810 บาท

 

คำนวณจากการใช้งานรถยนต์ระยะทางเฉลี่ย 20,000 กม./ปี (อัตราสิ้นเปลืองเดิม 12 กม./ลิตร น้ำมันราคา 35 บาท/ลิตร)

การเลือกใช้ยางประหยัดน้ำมัน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้รถยุคใหม่ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าน้ำมันได้จริงถึง 3–5% หรือประหยัดเงินได้หลายพันบาทตลอดอายุการใช้งานแล้ว นวัตกรรมเนื้อยางซิลิกายังช่วยเพิ่มความทนทานและลดมลพิษอีกด้วย PIRELLI ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ทั้งความประหยัด สมรรถนะการเบรกที่ปลอดภัย และความคุ้มค่าสูงสุดในทุกกิโลเมตรการเดินทาง

PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกันพิเศษ บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee Lazada และ TikTok Shop

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับยางประหยัดน้ำมัน 

ยางประหยัดน้ำมันช่วยเซฟเงินได้จริงไหม

ช่วยประหยัดได้จริงประมาณ 3–5% ซึ่งเมื่อคำนวณจากระยะทางการใช้งานเฉลี่ย 40,000 กิโลเมตร จะช่วยเซฟค่าน้ำมันได้หลายพันบาท ซึ่งคุ้มค่ากับส่วนต่างราคายางอย่างชัดเจน

สังเกตอย่างไรว่ายางเส้นไหนเป็นยางประหยัดน้ำมัน

สังเกตได้จากฉลากยางมาตรฐาน EU Label ในหัวข้อสัญลักษณ์รูปปั๊มน้ำมัน (Rolling Resistance) ซึ่งยางประหยัดน้ำมันที่ดีควรได้เกรด A, B หรือ C

ยางประหยัดน้ำมันมีอายุการใช้งานทนทานหรือไม่

ทนทานกว่ายางทั่วไป เนื่องจากส่วนผสมคอมพาวด์ซิลิกาช่วยลดการสะสมความร้อน ทำให้เนื้อยางสึกหรอช้าลง และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

รถ SUV สามารถใส่ยางประหยัดน้ำมันได้ไหม

ใส่ได้ โดยควรเลือกยางที่ออกแบบมาสำหรับ SUV โดยเฉพาะ เช่น PIRELLI Scorpion Verde ที่รับน้ำหนักรถได้ดี และลดแรงต้านการหมุนไปพร้อมกัน

เปลี่ยนยางประหยัดน้ำมัน PIRELLI กับ Pirelli Thailand by ATV ได้รับประกันอะไรบ้าง

เปลี่ยนยาง PIRELLI ครบ 4 เส้น รับสิทธิ์พิเศษ ประกันยาง บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขบริษัท) พร้อมบริการดูแลหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

บทความจาก Pirelli

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า