ในยุคที่สภาวะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทางเลือกในการใช้พลังงานทดแทนประเภทก๊าซยังคงเป็นตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ใช้รถที่ต้องการบริหารจัดการต้นทุนค่าเดินทาง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนดัดแปลงระบบเชื้อเพลิง ยังคงมีคำถามและความสับสนอยู่เสมอว่าระหว่างก๊าซ NGV และก๊าซ LPG นั้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร แต่ละประเภทมีจุดเด่น จุดด้อย และความปลอดภัยในระดับใด บทความนี้ พิเรลลี่จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเลือกใช้งานกัน
NGV คืออะไร
NGV ย่อมาจาก Natural Gas Vehicle หมายถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติ โดยตัวเนื้อก๊าซที่นำมาบรรจุใช้งานในสากลจะเรียกว่า CNG (Compressed Natural Gas) หรือก๊าซธรรมชาติอัด มีองค์ประกอบทางเคมีหลักคือ มีเทน (Methane:
) มากกว่า 70-90% ก๊าซ NGV ได้มาจากการขุดเจาะแหล่งพลังงานฟอสซิลธรรมชาติใต้พิภพ ทั้งจากแหล่งกักเก็บในอ่าวไทยและท่อส่งจากประเทศเพื่อนบ้าน ตัวก๊าซมีคุณสมบัติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และอยู่ในสถานะก๊าซตลอดเวลาที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากต้องใช้อุณหภูมิต่ำถึงประมาณ -160 องศาเซลเซียสจึงจะสามารถแปรสภาพเป็นของเหลวได้
LPG คืออะไร
LPG ย่อมาจาก Liquefied Petroleum Gas หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า “ก๊าซปิโตรเลียมเหลว” หรือก๊าซหุงต้ม เป็นเชื้อเพลิงที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซธรรมชาติ องค์ประกอบหลักของ LPG ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรคาร์บอน 2 ชนิด คือ โพรเพน (Propane:
) และ บิวเทน (Butane:
) ผสมกันในอัตราส่วนประมาณ 70:30 โดยก๊าซ LPG สามารถเปลี่ยนสถานะจากก๊าซกลายเป็นของเหลวได้ง่ายเพียงแค่ใช้แรงดันระดับปานกลาง จึงสะดวกต่อการบรรจุใส่ถังเพื่อขนส่งและนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์
เปรียบเทียบชัด ๆ NGV กับ LPG ต่างกันอย่างไรในแต่ละด้าน

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน สามารถพิจารณาแยกตามคุณสมบัติทางกายภาพและวิศวกรรมได้ ดังนี้
สถานะความหนาแน่นและน้ำหนักของก๊าซ NGV เทียบกับ LPG
- NGV : มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ (ความถ่วงจำเพาะประมาณ 0.6 เท่าของอากาศ) เมื่อเกิดการรั่วไหล ก๊าซ NGV จะลอยตัวขึ้นสู่บรรยากาศด้านบนอย่างรวดเร็ว ทำให้ลดโอกาสการสะสมตัวของมวลก๊าซในบริเวณที่โล่งแจ้ง
- LPG : มีน้ำหนักมากกว่าอากาศ (ความถ่วงจำเพาะประมาณ 1.5 – 2.0 เท่าของอากาศ) เมื่อเกิดการรั่วไหล ก๊าซ LPG จะลอยต่ำและไหลไปสะสมตามพื้นดิน หลุม ร่องระบายน้ำ หรือซอกมุมใต้ท้องรถ ซึ่งหากมีประกายไฟในบริเวณใกล้เคียงอาจติดไฟได้
แรงดันในการบรรจุและประเภทของถังก๊าซ NGV เทียบกับ LPG

- NGV : เนื่องจากอยู่ในสถานะก๊าซ จึงต้องบีบอัดด้วยแรงดันสูงมากถึง 2,200 – 3,000 PSI (ประมาณ 150 – 200 บาร์) ถังบรรจุ NGV จึงต้องเป็นเหล็กกล้าขึ้นรูปไร้รอยต่อ มีความหนาถึง 8 มิลลิเมตรขึ้นไป ส่งผลให้ตัวถังมีน้ำหนักมาก (ประมาณ 60 – 100 กิโลกรัม)
- LPG : สามารถควบแน่นเป็นของเหลวได้ง่าย จึงใช้แรงดันในการบรรจุต่ำเพียง 100 – 130 PSI (ประมาณ 4 – 7 บาร์) ถังบรรจุทำจากเหล็กแผ่นขึ้นรูปหนาเพียง 2.5 มิลลิเมตร มีน้ำหนักเบากว่า และมีรูปทรงให้เลือกหลากหลาย เช่น ถังแคปซูล หรือถังโดนัทที่สามารถติดตั้งแทนยางอะไหล่ได้
จุดระเบิดความร้อนและระดับความปลอดภัยเมื่อเกิดรั่วซึม
- NGV : มีอุณหภูมิติดไฟเองตามธรรมชาติ (Auto-ignition Temperature) อยู่ที่ประมาณ 540 – 650 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าน้ำมันและ LPG จึงมีความเสี่ยงต่อการติดไฟเองได้ยากกว่า
- LPG : มีอุณหภูมิติดไฟอยู่ที่ประมาณ 400 – 480 องศาเซลเซียส แม้จะติดไฟได้ง่ายกว่า NGV เล็กน้อย แต่ถังบรรจุมาตรฐานจะมีระบบมัลติวาล์วที่คอยควบคุมแรงดัน หากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ วาล์วจะค่อย ๆ ปล่อยระบายก๊าซออกมาทีละน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ถังระเบิด
วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของ NGV กับ LPG ในการใช้งานจริง
ใครที่ยังแยกไม่ออกว่าข้อดีและข้อเสียแต่ละระบบเป็นอย่างไร เรามีสรุปแบบสั้น ๆ มาให้เข้าใจง่าย ๆ กัน
- ข้อดีของ NGV : ปลอดภัยสูงเนื่องจากก๊าซเบากว่าอากาศ เผาไหม้สะอาด ปล่อยมลพิษไอเสียน้อยที่สุด และราคาก๊าซต่อกิโลกรัมได้รับการอุดหนุนโครงสร้างราคา
- ข้อเสียของ NGV : ถังบรรจุมีน้ำหนักมาก ทำให้ช่วงล่างด้านหลังรับภาระสูง ตัวถังมีขนาดใหญ่กินพื้นที่เก็บสัมภาระ ค่าติดตั้งระบบแพงกว่า และสถานีบริการมีจำนวนน้อย ต้องต่อคิวนาน
- ข้อดีของ LPG : ถังบรรจุมีน้ำหนักเบา ไม่ทำให้หน้ายางและช่วงล่างทรุด มีรูปแบบถังโดนัทไม่กินพื้นที่เก็บของ อัตราเร่งใกล้เคียงน้ำมันเบนซินมากที่สุด และสถานีบริการมีครอบคลุมทุกเส้นทางทั่วประเทศ
- ข้อเสียของ LPG : ก๊าซหนักกว่าอากาศ หากรั่วจะตกค้างตามพื้น และราคาเชื้อเพลิงในบางช่วงอาจสูงกว่า NGV ตามโครงสร้างตลาดพลังงาน
เปรียบเทียบความคุ้มค่า NGV หรือ LPG แบบไหนประหยัดกว่า
ในแง่ของต้นทุนราคาเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตร NGV จะมีความประหยัดมากกว่าเมื่อคิดเฉพาะค่ายูนิตก๊าซ เหมาะกับยานพาหนะที่วิ่งขนส่งตลอดเวลา เช่น รถแท็กซี่ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงความคุ้มค่ารอบด้านในการใช้งานจริงสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล LPG มักให้ความสะดวกในการใช้งานที่เหนือกว่า เนื่องจากใช้เวลาเติมก๊าซสั้นกว่า ไม่ต้องรอต่อแถวขนส่งสาธารณะ และสถานีบริการมีแพร่หลายมากกว่า นอกจากนี้ น้ำหนักถังที่เบากว่ายังช่วยลดการสึกหรอของระบบกันสะเทือน ยาง และระบบเบรกได้ดีกว่าในระยะยาว
วิธีดูแลรักษารถยนต์ติดก๊าซ NGV และ LPG ให้ปลอดภัย
การใช้งานรถยนต์ระบบสองเชื้อเพลิงให้มีความปลอดภัย จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางการซ่อมบำรุงอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- ตรวจเช็กรอยรั่วซึมเป็นประจำ : ใช้น้ำสบู่ลูบตามข้อต่อสายส่งก๊าซ หม้อต้ม และวาล์วถังก๊าซ หรือสังเกตกลิ่นฉุนผิดปกติ หากได้กลิ่นก๊าซให้สลับกลับไปใช้น้ำมันและเข้าอู่ตรวจเช็กทันที
- สลับมาวิ่งด้วยน้ำมันสม่ำเสมอ : ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมัน และก่อนดับเครื่องควรตัดระบบกลับมาวิ่งด้วยน้ำมันประมาณ 2 – 3 กิโลเมตร เพื่อให้น้ำมันไปหล่อเลี้ยงหัวฉีดและชโลมห้องเผาไหม้
- ตรวจเช็กระยะวาล์วเครื่องยนต์ : การเผาไหม้ของก๊าซมีความร้อนแห้งสูงกว่าน้ำมัน ควรนำรถเข้าตั้งระยะห่างวาล์ว (Clearance) ทุก 20,000 – 40,000 กิโลเมตร เพื่อป้องกันอาการวาล์วยัน
- นำถังก๊าซเข้าตรวจสภาพตามกฎหมาย : ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพระบบก๊าซและขอใบรับรองจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปีเพื่อใช้ต่อภาษีรถยนต์
ผลกระทบของการใช้ก๊าซ NGV และ LPG ต่อเครื่องยนต์
เนื่องจากก๊าซทั้งสองประเภทไม่มีสารหล่อลื่นเหมือนน้ำมันเบนซิน และมีอุณหภูมิการเผาไหม้ในห้องเครื่องที่ค่อนข้างสูงกว่า การใช้ก๊าซต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจึงอาจส่งผลต่อเครื่องยนต์ ดังนี้
- บ่าวาล์วและวาล์วทรุดเร็วกว่าปกติ : เกิดจากการเสียดสีที่แห้งและความร้อนสะสม ทำให้หน้าสัมผัสวาล์วสึกหรอ
- หัวเทียนและคอยล์จุดระเบิดเสื่อมสภาพเร็ว : สภาพแวดล้อมไอดีที่เป็นก๊าซต้องการแรงดันไฟฟ้าในการกระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียนสูงกว่าน้ำมัน ทำให้อุปกรณ์ระบบจุดระเบิดทำงานหนักขึ้น
- น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพจากความร้อน : แม้เขม่าคาร์บอนจะน้อยกว่าน้ำมัน แต่น้ำมันเครื่องจะต้องรับภาระความร้อนสูง จึงควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามรอบระยะอย่างสม่ำเสมอ
แนวทางเลือกติดตั้งก๊าซ NGV หรือ LPG ให้เหมาะกับรถ

สำหรับใครที่ยังลังเล และไม่รู้ว่าจะเลือกติดตั้งระบบแบบไหนดีให้กับรถ ให้พิจารณาจากการใช้งานนี้เป็นหลัก
- เลือกระบบ NGV เหมาะสำหรับ : รถเชิงพาณิชย์ รถตู้ รถบรรทุกขนส่งขนาดใหญ่ หรือรถโดยสารสาธารณะที่ต้องวิ่งระยะทางไกลต่อเนื่องวันละหลายร้อยกิโลเมตร และมีเส้นทางวิ่งผ่านแนวท่อส่งก๊าซหรือสถานีบริการหลักเป็นประจำ
- เลือกระบบ LPG เหมาะสำหรับ : รถยนต์ส่วนบุคคล รถเก๋ง รถยนต์ Eco Car หรือรถ SUV ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป ต้องการรักษาพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย และต้องการความคล่องตัวในการหาจุดเติมเชื้อเพลิงทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
เมื่อปรับแต่งระบบเชื้อเพลิงทางเลือกทั้ง NGV และ LPG เพื่อความประหยัดและความคุ้มค่าแล้ว การแบกรับน้ำหนักของถังก๊าซบริเวณท้ายรถจะส่งผลโดยตรงต่อบาลานซ์ของช่วงล่างและภาระหน้ายาง การเลือกใช้ยางรถยนต์คุณภาพสูงที่ออกแบบโครงสร้างแก้มยางให้แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงกดทับ และกระจายน้ำหนักได้อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ยางพรีเมียมมาตรฐานระดับโลกอย่าง PIRELLI ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับทั้งสมรรถนะการบรรทุก การเข้าโค้งที่มั่นคง และการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกันพิเศษ บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับก๊าซ NGV และ LPG
ก๊าซ NGV กับ LPG ก๊าซชนิดไหนมีความปลอดภัยมากกว่ากัน
ทั้งสองชนิดมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลหากใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง โดย NGV มีข้อได้เปรียบตรงที่ก๊าซเบากว่าอากาศจึงลอยตัวสลายสู่ชั้นบรรยากาศได้เร็วกว่าเมื่อเกิดการรั่วไหล ส่วน LPG มีระบบวาล์วนิรภัยป้องกันแรงดันเกินและมีกลิ่นฉุนสังเคราะห์ช่วยเตือนให้รู้ตัวได้ไว
รถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ สามารถจอดรถกลางแดดจัดเป็นเวลานานได้หรือไม่
สามารถจอดได้ตามปกติ เนื่องจากถังบรรจุก๊าซทั้ง NGV และ LPG ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อแรงดันและความร้อนสูงได้หลายเท่าของแรงดันใช้งานจริง อีกทั้งยังมีระบบระบายแรงดันอัตโนมัติหากอุณหภูมิภายในถังสูงเกินค่ากำหนด
ติดตั้งถังโดนัท LPG แทนที่ยางอะไหล่ มีความผิดกฎหมายหรือไม่
ไม่ผิดกฎหมาย หากนำรถที่ติดตั้งถังโดนัทไปผ่านการตรวจสภาพและรับรองความปลอดภัยจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต และดำเนินการแจ้งแก้ไขระบบเชื้อเพลิงลงในเล่มทะเบียนรถ ณ กรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องเรียบร้อย
บทความจาก Pirelli

ยางรถยนต์ PIRELLI ดีไหม ทำไมคนรักรถถึงเลือกเป็นอันดับต้น ๆ
Pirelli เป็นแบรนด์ยางรถที่ได้รับไว้ความวางจากรถยนต์ยี่ห้อชั้นนำของโลก มีเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันการรั่วซึมของลมยาง ลดเสียงรบกวนภายนอก และใช้งานได้กับรถทุกรุ่น

ยาง Run Flat (รันแฟลต) คืออะไร ดีไหม ราคาเท่าไหร่
ยางรันแฟลตคืออะไร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การขับขี่ได้จริงหรือไม่ และหากรถยนต์ทั่วไปต้องการเลือกใช้ยางรันแฟลต ต้องมีคุณสมบัติใดบ้างเพื่อป้องกันไม่ให้รถพังเสียหาย








