หาค่าลมยางที่ถูกต้องสำหรับรถกระบะได้จากที่ไหน
- ค่าลมยางที่แม่นยำที่สุดจะอยู่บนสติกเกอร์บริเวณเสากลางข้างประตูฝั่งคนขับ หรือสามารถตรวจสอบได้จากในคู่มือประจำรถของคุณ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 35-40 PSI
การเช็กลมยางรถกระบะเป็นประจำ คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้าม เพราะยางคือส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง การเติมลมยางที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อ ความปลอดภัยในการขับขี่ และทำให้ยางรถกระบะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ คำถามคือ แล้วควรเติมลมยางกี่ PSI ถึงจะพอดี? วันนี้ พิเรลลี่ จะมาตอบทุกคำถาม พร้อมแนะนำวิธีดูแลยางเพื่อให้คุณใช้งานรถกระบะได้อย่างเต็มสมรรถนะ
เติมลมยางรถกระบะเท่าไหร่ดี
| ลักษณะการใช้งาน / ประเภทรถ | ล้อหน้า (PSI) | ล้อหลัง (PSI) | หมายเหตุ / คำแนะนำ |
| ใช้งานทั่วไป / รถเปล่า (ไม่บรรทุก) | 35 – 38 | 35 – 38 | เน้นความนุ่มนวลและยึดเกาะถนน เหมาะกับกระบะแคปและกระบะ 4 ประตู |
| บรรทุกของปานกลาง (ไม่เกิน 500 กิโลกรัม) | 38 – 40 | 40 – 42 | เพิ่มแรงดันล้อหลังเพื่อรองรับน้ำหนักสิ่งของด้านท้าย |
| บรรทุกหนักเชิงพาณิชย์ (1 ตันขึ้นไป) | 40 – 45 | 45 – 50 | ลมยางรถกระบะบรรทุกหนัก ต้องเน้นเพิ่มล้อหลัง เพื่อป้องกันยางบวมหรือระเบิด |
(หมายเหตุ: ค่าความดันของลมยางคิดเป็นหน่วย PSI หรือปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
ทำไมต้องเติมลมยางล้อหน้ากับล้อหลังไม่เท่ากัน

รถกระบะถูกออกแบบมาเพื่อการบรรทุก เมื่อเป็นรถเปล่าน้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ที่เครื่องยนต์ด้านหน้า แต่เมื่อบรรทุกของหนัก น้ำหนักจะถูกถ่ายเทไปที่ล้อหลังเป็นหลัก การเติมแรงดันล้อหลังให้สูงกว่าจึงจำเป็นเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกและรักษาการทรงตัวของรถ
ค่าลมยางแนะนำแยกตามรุ่นรถกระบะยอดนิยมในไทย
หากต้องการค่าอ้างอิงสำหรับรถกระบะรุ่นยอดนิยมในไทย ทั้งในรูปแบบใช้งานทั่วไปและลมยางรถกระบะบรรทุกหนัก สามารถใช้ค่าแนะนำเบื้องต้น ดังนี้
- Toyota Hilux Revo : ใช้งานทั่วไปเติม 35 PSI / บรรทุกหนัก ล้อหน้า 38 PSI ล้อหลัง 45-50 PSI
- Isuzu D-Max : ใช้งานทั่วไปเติม 35 PSI / บรรทุกหนัก ล้อหน้า 38 PSI ล้อหลัง 45-48 PSI
- Ford Ranger : ใช้งานทั่วไปเติม 35 PSI / บรรทุกหนัก ล้อหน้า 40 PSI ล้อหลัง 45-50 PSI
- Mitsubishi Triton : ใช้งานทั่วไปเติม 35 PSI / บรรทุกหนัก ล้อหน้า 38 PSI ล้อหลัง 45 PSI
- Nissan Navara : ใช้งานทั่วไปเติม 35 PSI / บรรทุกหนัก ล้อหน้า 40 PSI ล้อหลัง 48 PSI
หน่วย PSI, BAR และ kPa แปลงค่าอย่างไร
เครื่องเติมลมยางในแต่ละแห่งอาจแสดงหน่วยวัดแตกต่างกัน การแปลงหน่วยที่นิยมใช้ มีดังนี้
1. อัตราส่วนการแปลงค่ามาตรฐาน
- 1 BAR ≈ 14.5 PSI
- 100 kPa ≈ 1 BAR ≈ 14.5 PSI
- 1 kPa = 0.01 BAR
2. วิธีคำนวณและสูตรแปลงค่า
ต้องการแปลงจาก PSI ➔ เป็น BAR (ใช้หารด้วย 14.5)
- สูตร : ค่า PSI ÷ 14.5 = ค่า BAR
- วิธีคิด : นำค่า PSI ที่ต้องการ ตั้งแล้วหารด้วย 14.5
- ตัวอย่าง : ต้องการเติมลม 35 PSI ➔ 35 ÷ 14.5 = 2.41 BAR (ประมาณ 2.4 BAR)
ต้องการแปลงจาก PSI ➔ เป็น kPa (ใช้นำค่า BAR ไปคูณ 100)
- สูตร : (ค่า PSI ÷ 14.5) × 100 = ค่า kPa
- วิธีคิด : คำนวณหาค่า BAR ให้ได้ก่อน แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณด้วย 100
- ตัวอย่าง : ลมยาง 35 PSI (คิดเป็น 2.41 BAR) ➔ 2.41 × 100 = 241 kPa (ประมาณ 240 kPa)
ต้องการแปลงจาก BAR ➔ เป็น PSI (ใช้คูณด้วย 14.5)
- สูตร : ค่า BAR × 14.5 = ค่า PSI
- ตัวอย่าง : ตู้เติมลมแสดงหน่วย 2.5 BAR ➔ 2.5 × 14.5 = 36.25 PSI (ประมาณ 36 PSI)
ลมยางรถกระบะ มีผลต่อการขับขี่เพียงใด
ก่อนไปหาคำตอบว่า เติมลมรถกระบะเท่าไรถึงเหมาะสม มาดูความสำคัญของแรงดันลมยางกันก่อน ตามที่ทราบกันดีว่า ยางรถยนต์ ทำหน้าที่รองน้ำหนักรถยนต์ทั้งคัน ช่วยลดแรงสั่นและแรงกระแทกเมื่อหน้ายางสัมผัสกับพื้นผิวถนน รวมถึงทำหน้าที่ขับเคลื่อน หยุด หรือเปลี่ยนทิศทางของรถตามความต้องการของผู้ขับขี่ โดยประสิทธิภาพการทำงานของยางรถจะลดลงเมื่อระดับของแรงดันลมยางรถกระบะด้านในไม่เหมาะสม ดังนี้
เติมลมยางรถกระบะมากเกินไป
ลมยางมากไปทำให้ยางแข็งและแน่นกว่าเดิม แม้จะมีข้อดีตรงบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น แต่มีข้อเสียตรงควบคุมรถได้ยากขึ้น เพราะหน้ายางไม่มีความยืดหยุ่น ความนิ่มนวลของการขับขี่มีน้อยลง แรงสั่นสะเทือนจะส่งเข้าสู่ห้องโดยสารมากขึ้น ที่สำคัญดอกยางด้านหน้าสึกไวกว่าปกติและโครงยางระเบิดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทก
เติมลมยางรถกระบะอ่อนเกินไป
แม้ว่าลมยางอ่อนจะช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล เนื่องจากยางที่มีลมอ่อนช่วยซับแรงกระแทกกระเทือนได้มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมีข้อเสียที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน นั่นคือรถยนต์ต้องทำงานหนักมากขึ้นเนื่องจากยางมีความหนืด และมีโอกาสเกิดยางระเบิดได้มากกว่าเมื่อขับขี่บนถนนขรุขระ
อาการที่บอกว่าลมยางผิดปกติ
ผู้ขับขี่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนที่บอกว่าแรงดันลมยางกำลังมีปัญหาได้ ดังนี้
- พวงมาลัยสั่นหรือดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง : ลมยางล้อซ้ายและขวาอาจไม่เท่ากัน หรือยางอ่อนผิดปกติ
- ระยะเบรกยาวขึ้น : แรงดันลมยางอ่อนเกินไปทำให้การยึดเกาะลดลง
- รถมีอาการโคลงเคลงขณะเข้าโค้ง : ลมยางอ่อนเกินไปทำให้แก้มยางย้วยและทรงตัวได้ไม่ดี
- ยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ : หากสึกตรงกลางแสดงว่าลมยางแข็งไป หากสึกขอบข้างแสดงว่าลมยางอ่อนไป
ควรเช็กลมยางรถกระบะบ่อยแค่ไหน
การเติมลมยางรถกระบะ ในระดับที่หมาะสมกับขนาดรถและการบรรทุก นอกจากช่วยเพิ่มความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยรักษาคุณภาพยางให้อยู่ได้นาน ๆ อีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นผู้ขับขี่หมั่นตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เติมเพิ่มประมาณ 2-3 PSI และสังเกตอาการรั่วซึมของลมยางอยู่เสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหากับยางรถระหว่างอยู่บนท้องถนน
วิธีเช็กและเติมลมยางรถกระบะด้วยตัวเอง
การตรวจสอบลมยางเป็นเรื่องง่ายที่ผู้ใช้รถทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีเช็กลมยางด้วยเกจที่ถูกต้อง ดังนี้
- ตรวจสอบขณะยางเย็น : ควรเช็กลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ หรือหลังจากจอดรถทิ้งไว้แล้วอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ค่าแรงดันลมที่แม่นยำที่สุด
- ใช้เกจวัดลมที่ได้มาตรฐาน : ใช้เกจวัดลมที่เชื่อถือได้ กดลงบนจุ๊บลมยางให้แน่นและตรง อ่านค่าที่วัดได้ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานของรถคุณ
- เติมลมให้เหมาะสม : หากลมยางอ่อนไปให้เติมเพิ่ม และหากแข็งไปให้ปล่อยลมออกจนได้ค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานในขณะนั้น
เคล็ดลับดูแลยางรถกระบะให้ใช้งานได้นาน
นอกจากการดูแลเรื่องลมยางแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถกระบะได้ ซึ่งหลัก ๆ ควรทำ ดังนี้
- สลับยางและถ่วงล้อทุก 10,000 กิโลเมตร เพื่อให้ยางสึกหรออย่างสม่ำเสมอ
- ตั้งศูนย์ล้อเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหายางสึกไม่เท่ากัน
- หลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด และการขับรถกระแทกอย่างรุนแรง
- ทำความสะอาดยางและล้อเป็นประจำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อาจทำลายเนื้อยาง
แนะนำยางรถยนต์ PIRELLI ที่ตอบโจทย์การใช้งานกับรถกระบะ

นอกเหนือจากการเติมลมยางรถกระบะที่สำคัญแล้ว การเลือกยางที่มีคุณภาพก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับเจ้าของรถกระบะที่กำลังมองหายางคุณภาพเพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ PIRELLI มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเมือง การลุยออฟโรด หรือต้องการความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด มาดูกันว่ามีรุ่นไหนที่เหมาะกับรถกระบะของคุณบ้าง
PIRELLI SCORPION ALL TERRAIN PLUS

ยาง PIRELLI SCORPION ALL TERRAIN PLUS รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับสายลุย มาพร้อมเทคโนโลยี Cut & Chip ที่เพิ่มความแข็งแรงให้ดอกยาง ดีไซน์บล็อกดอกยางพิเศษ 3 รูปแบบเพื่อการยึดเกาะที่เหนือชั้นในทุกสภาพถนน ระบบป้องกันหินติดร่องดอกยาง และแก้มยางแข็งแรงพิเศษ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานออฟโรด และการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้รถกระบะของคุณสามารถฝ่าฟันทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นทางลาดชัน พื้นโคลน หรือเส้นทางหินขรุขระ
PIRELLI SCORPION ZERO ALL SEASON

ยาง PIRELLI SCORPION ZERO ALL SEASON สมรรถนะสูงที่ใช้ได้ดีในรถกระบะที่ต้องการความสมดุลในทุกการขับขี่ ด้วยดอกยางที่ออกแบบพิเศษให้สามารถใช้งานได้ดีในทุกฤดูกาล ทั้งพื้นถนนแห้งและเปียก เหมาะสำหรับเจ้าของรถกระบะที่ต้องการทั้งความสปอร์ตและความสามารถในการใช้งานทั่วไป มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ดี และระบบลดเสียงรบกวนที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลแม้ในการเดินทางไกล
PIRELLI CINTURATO™ P7C2

ยาง PIRELLI CINTURATO™ P7C2 สมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์ระดับพรีเมียม และรถครอสโอเวอร์ รวมถึงรถกระบะที่เน้นสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมบนถนนเปียก อายุการใช้งานที่ยาวนาน และช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมดุล เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี
สรุปเกี่ยวกับการเติมลมยางรถกระบะ
สุดท้ายอย่าลืมเลือกใช้ยางรถให้ถูกประเภทและตรงตามการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มสมรรถนะในการใช้งาน ส่วนใครที่ต้องขับรถทางไกลเป็นประจำและอยากเพิ่มความอุ่นใจยามเดินทาง ขอแนะนำยาง Pirelli ที่มีเทคโนโลยี SEAL INSIDE นวัตกรรมที่เข้ามาทดแทนยางแบบเดิม ๆ ถึงขับรถขับเหยียบตะปู ยางก็ไม่รั่วสามารถขับต่อไปได้โดยไม่ต้องจอดรถเปลี่ยนยางอะไหล่ เพียงดึงตะปูออกตัวน้ำยางนั้นก็จะไหลออกมาอุดรูและกันไม่ให้ลมรั่วออกมานั่นเอง นอกจากนี้หากคุณสนใจเกี่ยวกับการเติมลมยางรถเก๋งสามารถไปตามอ่านกันได้เลย
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
หากท่านต้องการเปลี่ยนยางเส้นใหม่ ต้องการหาร้านยางใกล้บ้าน สามารถค้นหาร้านยางได้ที่นี่ ค้นหาร้านยาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเติมลมยางรถกระบะ
เติมลมยางไนโตรเจนดีกว่าลมธรรมดาจริงไหม
การเติมลมยางไนโตรเจนมีข้อดีคือโมเลกุลใหญ่กว่าทำให้รั่วซึมช้ากว่า และไม่ค่อยมีการขยายตัวเมื่อเกิดความร้อน ทำให้แรงดันลมคงที่ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายและหาที่เติมได้ยากกว่าลมธรรมดา
ลมยางมีผลต่อการประหยัดน้ำมันจริงหรือไม่
จริงอย่างมาก หากลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากขึ้น เกิดแรงต้านการหมุนสูง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น การเติมลมยางให้ประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดคือการเติมให้ได้ค่ามาตรฐาน
ควรเพิ่มลมยางเท่าไหร่เมื่อต้องบรรทุกของหนัก
เมื่อต้องใช้ลมยางบรรทุกหนัก ควรเพิ่มแรงดันลมที่ล้อหลังขึ้นอีกประมาณ 3-5 PSI จากค่ามาตรฐานปกติเพื่อรองรับน้ำ
เติมลมยางรถกระบะ 4 ประตู แบบไม่บรรทุก ควรเติมกี่ PSI
สำหรับรถกระบะ 4 ประตู การใช้งานทั่วไปโดยไม่บรรทุกของ แนะนำให้เติมลมยางที่ 35 – 38 PSI ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อให้ได้ความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด
เติมลมยางตามค่าที่ระบุบนแก้มยางได้หรือไม่
ไม่ควร เติมลมยางตามค่าที่ระบุบนแก้มยาง เพราะค่านั้นคือ “แรงดันลมยางสูงสุดที่ยางรับได้” (Max Pressure) ไม่ใช่ค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน ควรเติมตามค่าที่ระบุบนสติกเกอร์ตรงเสากลางประตูฝั่งคนขับเท่านั้น
บทความจาก Pirelli

รวม 7 สวนน้ำใกล้กรุงเทพฯ และสวนน้ำใกล้ฉันน่าเที่ยวทั่วไทย
สวนนํ้าใกล้ฉัน แนะนำวิธีการเสิร์ชหาสวนนํ้าใกล้ตัว พร้อมเผยลิสต์วอเตอร์พาร์คในไทยที่ควรลองไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

เติมลมยางรถกระบะเท่าไหร่ดี ทั้งแบบบรรทุกหนักและไม่บรรทุก
เติมลมยางรถกระบะ 4 ประตู เท่าไร ถึงเหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน ทำให้การเติมรถกระบะที่บรรทุกและไม่บรรทุกมีแรงดันลมยางต่างกัน








