Pirelli Thailand by ATV เช็คราคายานยนต์ ออนไลน์

การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น สัญญาณและเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบและลดอุบัติเหตุ แต่หนึ่งในเครื่องหมายที่สร้างความสับสนและทำให้ผู้ขับขี่โดนใบสั่งบ่อยที่สุดก็คือตารางเส้นทแยงเหลืองกากบาทตามทางแยก วันนี้ พิเรลลี่จะพาไปเจาะลึกข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยกัน

เครื่องหมายจราจรเส้นทแยงเหลือง คืออะไร

เส้นทแยงเหลือง คืออะไร

เครื่องหมายจราจรเส้นทแยงเหลือง คือ สัญลักษณ์จราจรบนพื้นทางที่มีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเหลือง ภายในลากเส้นทึบสีเหลืองตัดทแยงไขว้กันทำมุม 45 องศา โดยพื้นที่นี้ถูกกำหนดให้เป็น “เขตห้ามหยุดรถ” ทุกชนิด มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์เข้าไปหยุดค้างกีดขวางการจราจร และช่วยระบายรถให้ไหลลื่น

จุดไหนบ้างที่คนใช้รถสามารถเจอเส้นทแยงเหลืองได้บ่อย

จุดไหนบ้างที่คนใช้รถสามารถเจอเส้นทแยงเหลือง

เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของเส้นทแยงเหลืองนี้ คือการเว้นช่องว่างให้รถยนต์ในเส้นทางอื่นสามารถสัญจรผ่านไปได้โดยไม่เกิดการติดขัดสะสม ดังนั้นเราจึงมักพบลักษณะเส้นจราจรแบบนี้ในจุดสำคัญ และจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั่วประเทศ ดังนี้

พื้นที่บริเวณทางร่วมทางแยกหลักและจุดกลับรถกลางถนน

บริเวณกลางสี่แยกหรือสามแยกจราจรที่ไม่มีสัญญาณไฟไฟควบคุมในบางมุม รวมถึงช่องเปิดเกาะกลางถนนสำหรับกลับรถ มักจะมีการตีเส้นทแยงเหลืองเอาไว้เพื่อไม่ให้รถในทางตรงขับเข้ามาจอดปิดตายช่องทาง ในกรณีที่การจราจรด้านหน้าติดขัด เพื่อให้รถที่กำลังเลี้ยวหรือกลับรถสามารถเคลื่อนตัวผ่านแยกไปได้ โดยไม่เกิดเหตุการณ์รถติดสลับด้าน

บริเวณปากซอยทางเข้าออกอาคารและพื้นที่หน้าโรงพยาบาล

ตามซอยต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับถนนใหญ่ หรือบริเวณทางเข้า-ออกอาคารสำนักงาน สถานีดับเพลิง และหน้าโรงพยาบาล เป็นจุดวิกฤตที่ต้องเว้นพื้นที่ไว้ให้รถยนต์สามารถเลี้ยวเข้าและออกได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะรถฉุกเฉินอย่างรถพยาบาลหรือรถดับเพลิงที่ต้องการความรวดเร็วในการปฏิบัติภารกิจ เครื่องหมายจราจรเส้นทแยงเหลืองในจุดนี้จึงทำหน้าที่เป็นแนวกันชนห้ามจอดขวางอย่างเด็ดขาด

บริเวณทางข้ามรถไฟทำไมจึงมักพบลักษณะเส้นจราจรสองชั้น

พื้นที่บริเวณทางข้ามทางรถไฟเป็นจุดเสี่ยงอันตรายสูง จึงมักพบลักษณะเส้นจราจรหลายชั้นร่วมกัน ทั้งเส้นหยุดรถหน้าระบบไม้กั้น และตารางเส้นทแยงเหลืองบริเวณรางรถไฟ เหตุผลที่ต้องเข้มงวดเป็นสองเท่าเพราะรถไฟไม่สามารถเบรกหยุดกะทันหันได้ในระยะสั้นเหมือนรถยนต์ การมีเส้นเตือนหลายชั้นระบุชัดเจนเพื่อย้ำเตือนไม่ให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าไปติดค้างอยู่บนรางรถไฟเด็ดขาด

หลักปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อต้องขับรถผ่านเส้นทแยงเหลือง

หลักปฏิบัติเมื่อต้องขับรถผ่านเส้นทแยงเหลือง

การขับขี่ผ่านพื้นที่ควบคุมพิเศษนี้ไม่มีความซับซ้อน หากผู้ขับขี่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยและมารยาทจราจร ดังนี้

  • ประเมินสภาพการจราจรด้านหน้าก่อนเข้าเขตกรอบเหลือง : ก่อนที่ล้อรถยนต์จะเคลื่อนผ่านเส้นกรอบสีเหลือง ให้มองสถานการณ์ท้ายแถวข้างหน้าเสมอ หากรถคันหน้าหยุดนิ่งหรือเคลื่อนตัวช้า ซึ่งประเมินแล้วว่ารถของคุณไม่มีพื้นที่ว่างฝั่งตรงข้ามเพียงพอ ให้หยุดรอหลังเส้นกรอบทันทีแม้ว่าจังหวะนั้นจะเป็นสัญญาณไฟเขียวก็ตาม
  • ห้ามขับรถตามคันหน้าไปแบบอัตโนมัติ : การขับขี่ไหลตามกันโดยไม่เว้นระยะห่าง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถยนต์ไปจอดติดค้างอยู่กลางเครื่องหมายจราจรเส้นทแยงเหลือง สิ่งที่ควรทำคือรอให้คันหน้าขับพ้นกรอบเหลืองไปจนเหลือพื้นที่ว่างยาวพอสำหรับรถยนต์ของคุณทั้งคัน
  • ผ่านต่อเนื่องโดยไม่ชะลอหรือหยุดค้าง : หากสภาพทางข้างหน้าโล่งและสามารถขับผ่านพ้นกรอบไปได้ ให้ขับผ่านไปด้วยความเร็วที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือหยุดชะลอเพื่อมองหาเส้นทางกลางตารางเหลือง
  • เว้นระยะให้รถฉุกเฉินและรถเลี้ยวซอยเสมอ : เมื่อเห็นรถพยาบาลเปิดไฟฉุกเฉินกำลังจะออกจากโรงพยาบาล หรือมีรถกำลังเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเตรียมเข้าซอย ควรหยุดรถรอหลังเส้นตารางเหลืองเพื่อเปิดทางให้รถเหล่านั้นสัญจรไปก่อนตามวัตถุประสงค์ของเส้นทาง

หากฝ่าฝืนจอดรถแช่บนเส้นทแยงเหลือง ผิดกฎหมายไหม

ความเข้าใจผิดที่ว่า “จอดค้างชั่วคราวตอนรถติดไม่เป็นไร” เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ขับขี่หลายคนต้องเสียค่าปรับมานักต่อนัก โดยข้อกฎหมายระบุบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

  • ความผิดฐานฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร : การขับรถเข้าไปหยุดแช่ จอดทับ หรือจอดแช่นิ่งค้างอยู่ภายในตารางเส้นทแยงเหลือง เท่ากับเป็นการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
  • บทลงโทษตามกฎหมายจราจร : ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนและนำรถไปจอดกีดขวางการจราจรในเขตห้ามหยุดรถดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท
  • การตรวจจับด้วยระบบกล้องจราจร : ในปัจจุบันตามทางแยกสำคัญและพื้นที่หน้าโรงพยาบาลมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะคอยบันทึกภาพรถยนต์ที่จอดแช่เกินเวลาโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตรวจสอบป้ายทะเบียนและออกใบสั่งส่งตรงถึงบ้านได้ทันที

เลือกยางรถยนต์ที่มั่นใจเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยต้อง PIRELLI

การขับขี่ในเมืองที่จราจรผันผวน การควบคุมรถให้หยุดสนิทได้อย่างแม่นยำในระยะปลอดภัยนั้นสำคัญ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นแล้ว การหมั่นตรวจเช็กรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอจึงจำเป็น โดยเฉพาะระบบเบรกกับยางรถยนต์คุณภาพดีที่ขับขี่แล้วมั่นใจอย่าง PIRELLI ซึ่งได้นำเทคโนโลยีระดับโลกจาก F1 มาพัฒนาเพื่อให้ใช้งานกับรถทั่วไปได้อย่างเต็มสมรรถนะ ซึ่งเรามีรุ่นมาแนะนำกันถึง 2 รุ่น ดังนี้

  • PIRELLI Cinturato P7 : ยางซีดานพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดดเด่นด้วยร่องรีดน้ำ 4 ร่องป้องกันการเหินน้ำ บล็อกดอกยางกลางแข็งแกร่งช่วยให้ตอบสนองพวงมาลัยแม่นยำ และเบรกหยุดรถได้อย่างปลอดภัย มั่นใจทุกสภาพถนน
  • PIRELLI Scorpion Verde : ยางประสิทธิภาพสูงสำหรับ SUV และ Crossover หน้าสัมผัสกว้างและใช้วัสดุไฮบริดช่วยให้เข้าโค้งและเบรกฉับไว ร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ระบายน้ำรวดเร็ว ลดเสียงบดถนน มอบความนุ่มเงียบตลอดการเดินทาง ปลอดภัยเหนือระดับบนถนนเปียก

PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเส้นทแยงเหลือง

หากเป็นไฟเขียว แต่รถด้านหน้าติด สามารถขับไปจอดในเส้นทแยงเหลืองได้ไหม

ไม่ควรขับเข้าไป หากประเมินแล้วว่ารถไม่สามารถขับผ่านพ้นกรอบสีเหลืองไปได้ทั้งคัน ต้องหยุดรอหลังเส้นจราจรเพื่อป้องกันการจอดรถกีดขวางแยก

โทษปรับกรณีขับรถเข้าไปจอดแช่หรือหยุดทับเส้นทแยงเหลืองคือเท่าไหร่

การจอดทับหรือหยุดรถค้างภายในกรอบเส้นทแยงเหลือง ถือเป็นการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง มีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

เครื่องหมายจราจรเส้นทแยงเหลืองกับเขตปลอดภัย แตกต่างกันอย่างไร

เส้นทแยงเหลืองเป็นเขตห้ามหยุดรถค้างเพื่อเว้นทางให้รถวิ่งผ่าน ส่วนเกาะสีหรือเขตปลอดภัยคือแนวแบ่งถนน ห้ามรถทุกชนิดขับทับ แซง หรือกลับรถเด็ดขาด

บทความจาก Pirelli

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า