กระแสความนิยมของรถยนต์พลังงานสะอาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่หนึ่งในข้อกังวลใจหลักที่ทำให้หลายคนยังลังเล คือข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับตัวแบตเตอรี่ แม้โอกาสเกิดจะน้อยมาก เพียงแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมมีความรุนแรง วันนี้ พิเรลลี่ จะพามาเจาะลึกวิธีรับมือแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าลุกไหม้ เพื่อความปลอดภัยในการรับมือเหตุไม่คาดฝันนี้กัน
ทำความเข้าใจปัจจัยการไหม้ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า EV
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามใช้วิธีเดียวกับรถยนต์น้ำมันเด็ดขาด เนื่องจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เป็นลิเทียมไอออน จะเกิดเพลิงไหม้จากปฏิกิริยาเคมีลูกโซ่ภายในที่เรียกว่า Thermal Runaway หรือปรากฏการณ์ความร้อนสูงเกินควบคุม ซึ่งสารเคมีจะปล่อยความร้อนและสร้างออกซิเจนขึ้นเองภายในเซลล์ ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 700-1,000 องศาเซลเซียสได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไฟติดซ้ำได้ตลอดเวลาแม้เปลวไฟภายนอกจะดับไปแล้ว
- ปัจจัยหลักเกิดได้จากความเสียหายหลายประเภท เช่น การชนกระแทกที่ท้องรถ ระบบชาร์จไฟเกิน หรือความร้อนสะสมภายนอก ดังนั้นการเรียนรู้วิธีจัดการกับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ไหม้ จึงเป็นเรื่องที่คนขับรถ EV มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด
5 ขั้นตอนสำคัญในการรับมือฉุกเฉิน เมื่อไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้า

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในขณะขับขี่จราจร หรือพบสัญญาณเตือน เช่น มีเสียงระเบิดปะทุถี่ ๆ มีควันพวยพุ่งออกมาจากใต้ท้องรถอย่างรุนแรง ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย ดังนี้
1. ตั้งสติและรีบนำรถเข้าจอดในพื้นที่ปลอดภัยทันที
เมื่อสังเกตพบความผิดปกติ สิ่งแรกคือต้องตั้งสติให้มั่น เปิดไฟเลี้ยวฉุกเฉินแล้วทำการชะลอความเร็วเพื่อประคองรถเข้าจอดข้างทาง หรือจอดในพื้นที่โล่งแจ้งที่ห่างไกลจากชุมชน อาคารบ้านเรือน และวัตถุไวไฟให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง
2. ดับสวิตช์เครื่องยนต์เพื่อตัดการทำงานระบบไฟฟ้า
หลังจากจอดรถสนิทในจุดที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว หากระบบกลไกภายในตัวรถยังคงสามารถตอบสนองได้ ให้รีบทำการกดปุ่มดับสวิตช์เครื่องยนต์ หรือปิดระบบการทำงานของรถยนต์ทันที เพื่อเป็นการตัดวงจรการจ่ายกระแสไฟแรงสูงจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไปยังระบบขับเคลื่อนส่วนอื่น ๆ
3. อพยพผู้โดยสารทุกคนออกจากตัวรถให้ไกลกว่า 30 เมตร

ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนรีบเปิดประตูลงจากรถทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขนย้ายสัมภาระที่มีน้ำหนักมาก จากนั้นให้รีบเดินวิ่งอพยพออกห่างจากตัวรถยนต์ไฟฟ้าไปในทิศทางเหนือลม ให้มีระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตรขึ้นไป เพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดการระเบิด
4. โทรแจ้งสายด่วน 199 และระบุชัดเจนว่าเป็นรถยนต์ EV
รีบต่อสายโทรศัพท์แจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินไปยังเจ้าหน้าที่ในทันที โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระบุข้อมูลกับพนักงานปลายสายให้ชัดเจนและครบถ้วนว่าเป็นเหตุเพลิงไหม้ของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ เพื่อที่นักดับเพลิงจะได้จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ และสารเคมีเฉพาะทางสำหรับการควบคุมกลุ่มเพลิงประเภทนี้
5. ห้ามสูดดมควันและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกู้ภัย
เนื่องจากควันไฟที่พุ่งออกมาจากปฏิกิริยาเคมีของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้านั้น เต็มไปด้วยแก๊สพิษและสารเคมีอันตรายสูง เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ผู้ใช้รถห้ามพยายามเข้าไปดับไฟด้วยตนเองเด็ดขาด และต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญที่มีชุดผจญเพลิง
เบอร์โทรสายด่วนที่สามารถโทรแจ้งได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเพลิงไหม้บนท้องถนน การต่อสายหาหน่วยงานที่ถูกต้องจะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างทันท่วงที โดยมีเบอร์โทรสำคัญที่ควรบันทึกไว้ ดังนี้
- โทร. 199 : สายด่วนแจ้งเหตุไฟไหม้และดับเพลิงทั่วราชอาณาจักร สำหรับประสานงานนักผจญเพลิงโดยตรง
- โทร. 1669 : สายด่วนเจ็บป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (กู้ชีพ) ในกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียสารเคมีเข้าร่างกาย
- โทร. 191 : สายด่วนแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย สำหรับประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าช่วยปิดกั้นเส้นทางปลอดภัย
เกร็ดความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับถังดับเพลิงในการคุมเพลิง

หากเกิดเพลิงไหม้ในส่วนอื่นของรถยนต์ และยังลุกลามไปไม่ถึงแบตเตอรี่ ผู้ขับขี่สามารถใช้ถังดับเพลิงเบื้องต้นเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ตามความเหมาะสมของประเภทสารเคมี ดังนี้
- ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) : ปล่อยไอเย็นจัดลดความร้อน เหมาะสำหรับดับไฟที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือประกายไฟภายนอก ช่วยป้องกันไฟลุกลามไปสู่สารเคมีภายในได้ดี
- ถังดับเพลิงชนิดโฟม : ใช้ควบคุมเพลิงประเภท A และ B ได้ดีโดยการคลุมผิวตัดออกซิเจน แต่มีข้อควรระวังคือห้ามนำไปฉีดดับเพลิงประเภท C ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเด็ดขาดเนื่องจากสารโฟมสามารถนำไฟฟ้าได้
- น้ำสะอาดปริมาณมหาศาล : สารดับเพลิงที่ดีและหาง่ายที่สุดสำหรับเพลิงไหม้ลิเทียมไอออนคือน้ำสะอาดปริมาณมาก เพื่อลดอุณหภูมิชั้นความร้อน (Cooling) อย่างต่อเนื่อง หากใช้เพียงถังดับเพลิงเคมีทั่วไปจะคุมไฟได้ชั่วคราวเท่านั้น และต้องใช้น้ำฉีดหล่อเย็นตามจนกว่าจะดับสนิท
แนวทางการดูแลรถยนต์ไฟฟ้า EV เพื่อลดความเสี่ยงในการเจอปัญหา
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดความร้อนสูงจนไหม้ได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้งาน ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือต่ำมากหรือชาร์จเต็ม 100% ทิ้งไว้นานเกินไป พยายามรักษาปริมาณไฟให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อลดความเครียดภายในเซลล์พลังงาน
- นำรถเข้าตรวจเช็กสภาพระบบไฟตามระยะเวลาที่กำหนด ตรวจสอบระบบจัดการความร้อน (BMS) ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
- หมั่นสังเกตความผิดปกติใต้ท้องรถ หากขับรถกระแทกหิน ตกร่องถนน หรือลุยน้ำท่วมขัง ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กว่ากล่องแพ็คระบบไฟได้รับความเสียหายทางกายภาพหรือไม่
เลือกใช้ยางรถยนต์อย่างปลอดภัยจาก PIRELLI ในรถ EV ของคุณ
นอกเหนือจากการเรียนรู้วิธีรับมือภัยฉุกเฉินของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ปลอดภัยในชีวิตประจำวันคือการเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสม เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักตัวถังค่อนข้างมากจากน้ำหนักของแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ รวมถึงมีแรงบิดที่พุ่งออกตัวได้อย่างรวดเร็วทันใจ ยางรถยนต์จึงต้องมีความแข็งแรง ยึดเกาะถนนได้เหนียวแน่น และให้ระยะเบรกที่สั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งทาง พิเรลลี่ พร้อมส่งมอบความมั่นใจผ่านตัวเลือกยางพรีเมียม 2 รุ่นยอดนิยมนี้
- PIRELLI Cinturato P7 : ยางที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแรงต้านการหมุนต่ำ ที่ช่วยเซฟพลังงานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้รถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น มาพร้อมร่องรีดน้ำ 4 ร่องลดอาการเหินน้ำดีเยี่ยม ให้ระยะเบรกสั้น และขับขี่นุ่มเงียบตลอดทาง
- PIRELLI Scorpion Verde : ยางสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์การใช้รถ SUV และ Crossover พลังงานไฟฟ้า โครงสร้างไฮบริดและหน้าสัมผัสกว้างช่วยกระจายน้ำหนักและแรงกดหน้ายางได้อย่างสม่ำเสมอ เข้าโค้งแม่นยำ ยึดเกาะถนนเปียกดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงบดถนนในห้องโดยสาร
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟ้า
หากเกิดไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้า สามารถใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้งทั่วไปดับให้สนิทได้ไหม
ดับสนิทไม่ได้ ถังดับเพลิงทั่วไปช่วยคุมเพลิงภายนอกได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถหยุดปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่่ได้ จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาลฉีดหล่อเย็นเท่านั้น
ควันไฟที่เกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไหม้ มีความอันตรายต่อร่างกายอย่างไร
อันตรายร้ายแรงมาก เพราะควันจากสารเคมีของแบตเตอรี่มีแก๊สพิษ เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนและส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ห้ามสูดดมเด็ดขาด
การจอดรถยนต์ไฟฟ้าตากแดดจัดเป็นเวลานาน มีโอกาสทำให้แบตเตอรี่ระเบิดหรือไหม้ไหม
โอกาสเกิดน้อยมาก เนื่องจากรถ EV มีระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะคอยควบคุมอุณหภูมิ แบตเตอรี่จะเสี่ยงไหม้ต่อเมื่อเกิดการชนกระแทกแรงสูงจนโครงสร้างภายในเสียหายมากกว่า










