ไม่ว่าจะซื้อหรือขายรถมือสอง การโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายคือขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ หลายคนอาจสงสัยเรื่องค่าโอนรถยนต์ว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไรให้ไม่เสียเวลา วันนี้ พิเรลลี่ จะมาสรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในบทความเดียว
ค่าโอนรถยนต์ 2568 สรุปแล้วต้องจ่ายอะไรบ้าง

เมื่อนึกถึงค่าโอนรถยนต์ หลายคนอาจนึกถึงเงินก้อนเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วประกอบด้วยค่าธรรมเนียมหลายส่วนที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำ การทำความเข้าใจรายละเอียดของค่าโอนรถยนต์แต่ละรายการจะทำให้คุณเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
ค่าอากรแสตมป์
นี่คือค่าใช้จ่ายหลักในการโอนรถยนต์ ซึ่งจะคิดในอัตรา “ร้อยละ 0.5” ของราคาประเมินรถยนต์โดยกรมการขนส่งทางบก หรืออธิบายง่าย ๆ คือ ทุก ๆ ราคาประเมิน 100,000 บาท จะเสียค่าอากรแสตมป์ 500 บาท ดังนั้น หากรถของคุณมีราคาประเมินสูง ค่าโอนรถยนต์ในส่วนนี้ก็จะสูงตามไปด้วย
ค่าธรรมเนียมการโอน
เป็นค่าดำเนินการพื้นฐานที่ต้องชำระในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ทุกครั้ง โดยมีอัตราคงที่ตามที่กฎหมายกำหนดอยู่ที่ 100 บาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าอากรแสตมป์ แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็เป็นหนึ่งในรายการสำคัญของค่าโอนรถยนต์ที่ต้องเตรียมไว้
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
นอกจากค่าใช้จ่ายหลักสองรายการข้างต้น ยังอาจมีค่าธรรมเนียมย่อยอื่น ๆ เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของใหม่ เช่น ค่าคำขอ 5 บาท, ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียน 200 บาท (กรณีต้องการป้ายใหม่หรือเป็นรถคนละจังหวัด), หรือค่าออกเล่มทะเบียนใหม่ 100 บาท (กรณีเล่มเก่าชำรุดหรือเต็ม) ซึ่งจะถูกรวมเข้าไปในยอด ค่าโอนรถยนต์ทั้งหมดในวันดำเนินการ
ตัวอย่างการคำนวณค่าโอนรถยนต์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณค่าโอนรถยนต์ตามราคาประเมินกัน
กรณีรถยนต์มีราคาประเมิน 300,000 บาท
- ค่าอากรแสตมป์ : 1,500 บาท (300,000 x 0.5%)
- ค่าธรรมเนียมโอน + ค่าคำขอ : 105 บาท
- รวมค่าโอนเบื้องต้น : 1,605 บาท
เช็กลิสต์เอกสารโอนรถยนต์ที่ต้องเตรียม
เพื่อให้การโอนรถเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่สะดุด การเตรียมเอกสารให้พร้อมคือหัวใจสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโอนแบบไหน การมีเอกสารครบถ้วนจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และทำให้ขั้นตอนการชำระค่าโอนรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่น โดยสิ่งที่ต้องเตรียม มีดังนี้
กรณีผู้โอน-ผู้รับโอนมาด้วยกัน (โอนตรง)
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) ฉบับจริง
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ของผู้โอน (เจ้าของเดิม) และผู้รับโอน (เจ้าของใหม่)
- สัญญาซื้อขายรถยนต์ (ถ้ามี)
- แบบคำขอโอนและรับโอน ที่กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อครบถ้วน
กรณีโอนลอย (ผู้ซื้อดำเนินการเอง)
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) ฉบับจริง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้โอน (เจ้าของเดิม) ที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
- บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ของผู้รับโอน (ผู้ซื้อ)
- สัญญาซื้อขายรถยนต์ (ถ้ามี)
- ชุดเอกสารคำขอโอนและรับโอน ที่ผู้โอนลงนามในช่องผู้โอนเรียบร้อยแล้ว
- หนังสือมอบอำนาจ ที่ผู้โอนลงนาม พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท
สรุป 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบก

เมื่อเตรียมเอกสารและคำนวณค่าโอนรถยนต์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางไปที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีขั้นตอนง่าย ๆ ที่สามารถทำให้เสร็จได้ภายในวันเดียว ดังนี้
- ยื่นเรื่องและตรวจสอบเอกสาร : นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่แผนกงานทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร พร้อมกรอกข้อมูลเข้าระบบ
- นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ : เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสภาพรถโดยรวม รวมถึงเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ว่าตรงกับในเล่มทะเบียนหรือไม่ เพื่อยืนยันว่ารถอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ไม่มีความเสียหายที่อาจกระทบความปลอดภัย เช่น หม้อน้ำแห้ง ระบบระบายความร้อน หรือยางที่เสื่อมสภาพ
- ชำระค่าธรรมเนียม : หลังจากตรวจสภาพรถผ่านแล้ว ให้นำเอกสารไปชำระเงินที่ฝ่ายการเงิน ซึ่งจะรวมค่าโอนรถยนต์ทั้งหมด ทั้งค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- รับเล่มทะเบียนรถคืน : เมื่อชำระเงินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนรถ จากนั้นรอรับเล่มทะเบียนฉบับจริงกลับบ้านได้เลย
ข้อควรรู้ในการโอนประกันรถยนต์หลังดำเนินการ
หลังจากขั้นตอนการโอนและชำระค่าโอนรถยนต์เสร็จสิ้นแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เจ้าของใหม่ไม่ควรมองข้ามคือ “การโอนประกันภัยรถยนต์” โดยตามกฎหมายแล้ว ความคุ้มครองจากกรมธรรม์เดิมจะโอนตามมายังเจ้าของใหม่โดยอัตโนมัติ แต่เจ้าของใหม่มีหน้าที่ต้อง “แจ้ง” บริษัทประกันภัยให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์ เพื่ออัปเดตข้อมูลในกรมธรรม์ให้ถูกต้องและรักษาสิทธิ์ความคุ้มครองให้ต่อเนื่อง
สรุป อัปเดตค่าโอนรถยนต์ 2568 เสียกี่บาท
การโอนรถไม่ใช่เรื่องที่วุ่นวายหากเตรียมตัวมาดี ทั้งเรื่องเอกสารและค่าโอนรถยนต์ และนอกจากความสำคัญด้านเอกสารต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่ควรทำหลังโอนรถก็คือการบำรุงรักษารถโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายของเหลว หรือเปลี่ยนยางชุดใหม่ ไม่ว่าคุณจะขับรถยนต์สันดาปที่ต้องการยางสมรรถนะสูง รถ EV ที่ต้องการยางรถไฟฟ้าที่รองรับแรงบิดในการออกตัว หรือรถยนต์ Hybrid ที่ต้องการยางคุณภาพดี ยางรถยนต์ Pirelli เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยางที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ ที่มาพร้อมรับการรับประกันยาง บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada
บทความจาก Pirelli

ปะยางแบบไหนดี พาเปรียบเทียบทุกวิธี พร้อมราคาและข้อจำกัด
ยางรถยนต์เมื่อเกิดปัญหายางรั่วไม่ลึกมาก สามารถแก้ไขได้ด้วยการปะยาง แต่หากเลือกใช้ยางที่มีเทคโนโลยี Seal Inside ช่วยให้รถวิ่งต่อไปได้อีกระยะโดยไม่ต้องปะยาง

รีวิวยาง PIRELLI Cinturato Rosso เจาะลึกสเปกและสมรรถนะการใช้งาน
ยาง Cinturato Rosso ยางรุ่นใหม่จาก Pirelli มีสมรรถนะยอดเยี่ยม เพิ่มเติมคุณภาพจากยางรุ่นเก่า ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัยได้มากขึ้น ขับขี่ได้เงียบสะดวกสบายกว่าเดิม

ยาง PIRELLI Cinturato Rosso ราคา สเปก และการใช้งานจริง
มาทำความรู้จักกับ Cinturato Rosso ยางรุ่นใหม่สมรรถนะสูง ที่พร้อมจะทำให้รถยนต์ของคุณพัฒนาการขับเคลื่อนก้าวไปอีกขั้น เดินทางท่องเที่ยวสนุกได้อย่างไร้ความสะดุด

ยางประหยัดน้ำมัน ต้องเลือกอย่างไร ช่วยประหยัดได้จริงแค่ไหน
ยางประหยัดน้ำมันถูกออกแบบมาให้ลดแรงเสียดทานการหมุนของล้อกับพื้นถนนทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ถ้าอยากเซฟเงินในกระเป๋ายางชุดใหม่ที่เลือกควรเป็นยางประหยัดน้ำมัน

วิธีเลือกซื้อยางรถยนต์ให้คุ้มค่า อ่านตัวเลขง่าย เหมาะกับการใช้งาน
วิธีเลือกยางรถยนต์ ช่วยให้ได้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ยึดเกาะพื้นถนนได้ทุกสภาพผิว และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมาแทนยางชุดเก่าที่เสื่อมสภาพ

เจาะลึกไลน์อัปรถไฟฟ้า MG พร้อมอัปเดตราคาทุกรุ่น พร้อมความน่าใช้
MG รถไฟฟ้า เปิดสมรรถนะ 5 รุ่น EV Family ดีไซน์สวย พร้อมด้วยเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

รวม 7 สวนน้ำใกล้กรุงเทพฯ และสวนน้ำใกล้ฉันน่าเที่ยวทั่วไทย
สวนนํ้าใกล้ฉัน แนะนำวิธีการเสิร์ชหาสวนนํ้าใกล้ตัว พร้อมเผยลิสต์วอเตอร์พาร์คในไทยที่ควรลองไปให้ได้สักครั้งในชีวิต




