การได้รับใบสั่งจราจรส่งตรงถึงบ้าน คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เมื่อได้รับมาแล้ว คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ โดนใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายไหม แล้วถ้าหากค้างจ่ายจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้ พิเรลลี่ จะมาไขทุกข้อข้องใจ พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุดให้คุณเข้าใจอย่างชัดเจนไปพร้อม ๆ กัน
ก่อนจ่ายต้องเช็กให้ชัวร์! ใบสั่งจริงหรือปลอมดูตรงไหน
ในยุคที่มิจฉาชีพมีกลโกงหลากหลายรูปแบบ การได้รับเอกสารที่ดูคล้ายใบสั่งจราจรอาจทำให้หลายคนกังวลใจ ก่อนจะรีบชำระเงินจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเป็นใบสั่งของจริงที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็น ซึ่งปัจจุบันเราสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านช่องทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
วิธีตรวจสอบใบสั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ PTM และแอปพลิเคชันขับดี (KHUB DEE)
เพื่อความมั่นใจสูงสุด คุณสามารถตรวจสอบสถานะใบสั่งจราจรได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้
เว็บไซต์ PTM (Police Ticket Management)
- เข้าไปที่เว็บไซต์ https://ptm.police.go.th/eTicket
- ลงทะเบียนเข้าใช้งานด้วยหมายเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว
- เลือกเมนู “ตรวจสอบใบสั่ง” และกรอกข้อมูลทะเบียนรถเพื่อค้นหา
- หากมีใบสั่งที่ยังไม่ชำระ ระบบจะแสดงรายละเอียดทั้งหมด ทั้งข้อหา สถานที่ และอัตราค่าปรับ
แอปพลิเคชัน ขับดี (KHUB DEE)
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ขับดี” ผ่าน App Store หรือ Google Play
- ลงทะเบียนด้วยหมายเลขบัตรประชาชนและยืนยันตัวตน
- แอปพลิเคชันจะเชื่อมโยงข้อมูลและแสดงใบสั่งที่ค้างชำระ (ถ้ามี) รวมถึงคะแนนความประพฤติในการขับรถของคุณ
*ข้อควรระวัง*
เมื่อสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน ชื่อบัญชีผู้รับต้องเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ-ค่าปรับจราจร” เท่านั้น หากเป็นชื่อบัญชีส่วนบุคคล ให้สันนิษฐานได้ทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ
ถ้าไม่จ่ายค่าปรับจราจรจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การเพิกเฉยหรือเจตนาไม่ชำระค่าปรับตามกำหนด นอกจากจะแสดงถึงการไม่เคารพกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าของรถและผู้ขับขี่ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งมีบทลงโทษที่ชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
ต่อทะเบียน-เสียภาษีรถยนต์ไม่ได้
นี่คือผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดตามมาตรการล่าสุดของกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากคุณมีใบสั่งค้างชำระ เมื่อไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี คุณจะยังสามารถชำระภาษีได้ แต่จะได้รับ “หลักฐานชั่วคราว” ที่มีอายุเพียง 30 วันแทนป้ายวงกลมตัวจริง และจะได้รับป้ายจริงก็ต่อเมื่อชำระค่าปรับที่ค้างไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว หากปล่อยให้หลักฐานชั่วคราวหมดอายุ จะมีความผิดฐานขับรถโดยไม่มีป้ายภาษี มีโทษปรับอีก 2,000 บาท
โดนตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ
ตามระเบียบใหม่ ผู้ขับขี่ทุกคนจะมีคะแนนความประพฤติเริ่มต้นที่ 12 คะแนน การกระทำผิดกฎจราจรและไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่ง ถือเป็นอีกหนึ่งฐานความผิดที่จะถูกนำมาพิจารณาตัดคะแนน ซึ่งการถูกตัดคะแนนจะส่งผลโดยตรงต่อประวัติการขับขี่ของคุณ ดังนั้น การชำระค่าปรับให้เรียบร้อยจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาวินัยจราจรและคะแนนของตัวคุณเอง
อาจถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
หากคุณถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถขับขี่ยานพาหนะใด ๆ ได้เลยในช่วงเวลาดังกล่าว และหากยังฝ่าฝืนขับรถในช่วงที่ถูกพักใช้ใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นี่คือผลกระทบที่รุนแรงซึ่งผู้ขับขี่ทุกคนควรตระหนักและให้ความสำคัญ
ชำระค่าปรับใบสั่งจราจรได้ที่ไหนบ้าง

เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็นใบสั่งของจริงและเข้าใจถึงผลกระทบของการไม่จ่ายค่าปรับแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันมีความสะดวกสบายและมีช่องทางให้เลือกหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานีตำรวจเพียงอย่างเดียว
ช่องทางออนไลน์ (แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯขับดี, เว็บไซต์ PTM)
เพื่อความรวดเร็วและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล คุณสามารถชำระค่าปรับออนไลน์ได้ทันทีผ่าน Mobile Banking ของทุกธนาคารโดยการสแกน QR Code บนใบสั่ง หรือชำระผ่านแอปพลิเคชันอย่าง “ขับดี” และ “เป๋าตัง” รวมถึงเว็บไซต์ PTM ซึ่งรองรับการจ่ายผ่านบัตรเครดิตและเดบิตได้อีกด้วย
เคาน์เตอร์บริการ (ธ.กรุงไทย, ไปรษณีย์, ตู้บุญเติม)
สำหรับผู้ที่สะดวกชำระผ่านเคาน์เตอร์บริการ ก็สามารถนำใบสั่งที่มีแถบบาร์โค้ดไปชำระได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา, ตู้ ATM/ADM กรุงไทย, ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ และตู้บุญเติม ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงง่ายและสะดวกสำหรับทุกคนเช่นกัน
สรุป โดนใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายไหม ทำไมไม่ควรละเลย
โดยสรุปแล้ว คำถามที่ว่าใบสั่งออนไลน์ต้องจ่ายไหม นั้น คำตอบคือ “จำเป็นต้องจ่าย” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเคารพกฎจราจรและชำระค่าปรับเมื่อกระทำผิด คือหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน เพราะผลกระทบจากการค้างชำระนั้นมีมากกว่าแค่ค่าปรับ แต่ยังรวมถึงการต่อทะเบียนรถยนต์ การถูกตัดคะแนน และอาจถึงขั้นถูกพักใช้ใบขับขี่ นอกจากเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรแล้ว การดูแลรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็สำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องยางรถยนต์ ควรเลือกใช้ยางที่มีคุณภาพดีอย่างยางรถยนต์ Pirelli ที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยซีรีส์และขนาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถยนต์ขอบ 17, ยางรถยนต์ขอบ 18 สำหรับการใช้งานรถอย่างเต็มสมรรถนะ
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 153 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada











