อายุยางรถยนต์ ถือเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ไม่แพ้การเลือกขนาดยางรถยนต์ การรู้ว่ายางรถยนต์กี่ปีควรเปลี่ยนได้แล้ว รวมไปถึงวิธีดูปียางรถยนต์ที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถประเมินสภาพยางและตัดสินใจเปลี่ยนยางได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน วันนี้ พิเรลลี่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์ จะมาให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ตั้งแต่วิธีอ่านรหัส ไปจนถึงสัญญาณเตือนว่ายางรถยนต์เสื่อมสภาพแล้ว
ถอดรหัสวันที่ตัวเลขบนยางรถยนต์กับอายุการใช้งาน
ผู้ใช้รถหลายคนอาจสงสัยว่ายางรถยนต์กี่ปีเปลี่ยน และจะรู้วิธีดูยางรถยนต์หมดอายุได้อย่างไร ให้สังเกตจากสภาพการใช้งานยางเดียวเลยไหม ต้องบอกว่าอายุการใช้งานยางรถยนต์ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง จึงไม่ควรปล่อยผ่านเรื่องนี้เด็ดขาด และในส่วนของการดูปียางรถยนต์ Pirelli นั้น ทำได้โดยการดูตัวเลข 4 หลักที่อยู่บนแก้มยาง ซึ่งบอกสัปดาห์และปีที่ผลิต แต่สำหรับคนที่ยังไม่เห็นภาพ เรามีตัวอย่างมาฝากกัน
วิธีดูปียางรถยนต์ (ป้าย DOT ยาง) และถอดรหัสวันที่ผลิต

ธีดูปียางรถยนต์ที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจสอบรหัส DOT ที่ประทับอยู่บนแก้มยาง ให้คุณมองหาชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ขึ้นต้นด้วย “DOT” และดูที่ตัวเลข 4 หลักสุดท้าย ซึ่งจะบ่งบอกถึงสัปดาห์และปีที่ผลิตยางเส้นนั้น ๆ
- ตัวเลข 2 หลักแรก : คือ สัปดาห์ที่ผลิต
- ตัวเลข 2 หลักสุดท้าย : คือ ปี ค.ศ. ที่ผลิต
ตัวอย่างจากในรูป
รหัสบนยางคือ “0120” ซึ่งหมายถึง
- 01 : ยางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 1 ของปี
- 20 : ยางเส้นนี้ผลิตในปี ค.ศ. 2020
ดังนั้น ยางเส้นนี้จึงผลิตในช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 2020
อายุการใช้งานยางรถยนต์ตามมาตรฐานสากลอยู่ที่กี่ปี
หลายคนอาจสงสัยว่ายางรถยนต์กี่ปีควรเปลี่ยน? ตามมาตรฐานสากลและคำแนะนำจากผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำ อายุยางรถยนต์โดยทั่วไปไม่ควรใช้งานเกิน 3-5 ปีนับจากวันที่ผลิต แม้ว่าดอกยางสึกยังไม่ถึงขีดจำกัดก็ตาม เพราะเนื้อยางจะเริ่มเสื่อมสภาพตามธรรมชาติจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความร้อน แสงแดด และออกซิเจน ทำให้ความยืดหยุ่นและการยึดเกาะถนนลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ยางจะเสียหายได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้ยางหมดอายุการใช้งานเร็วขึ้น
นอกเหนือจากอายุที่นับจากวันที่ผลิตแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอีกหลายอย่างที่สามารถเร่งให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรได้ การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณดูแลรักษายางได้อย่างถูกวิธีและใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
- พฤติกรรมการขับขี่ : การขับขี่ที่รุนแรง เช่น การออกตัวหรือเบรกกะทันหัน, การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง, หรือการขับรถกระแทกหลุมบ่อบ่อยครั้ง ล้วนสร้างภาระให้กับยางและทำให้ดอกยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ
- ลมยางที่ไม่เหมาะสม : การปล่อยให้ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไปเป็นประจำ ทำให้หน้ายางสัมผัสถนนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ยางสึกหรอผิดปกติและเกิดความร้อนสะสมสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โครงสร้างยางเสียหาย
- การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด : การบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าค่าดัชนีการรับน้ำหนัก (Load Index) ที่ยางกำหนดไว้ จะทำให้ยางต้องรับภาระหนักเกินไป โครงสร้างยางอาจเสียหายและทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก
- สภาพถนนที่ขับขี่เป็นประจำ : การขับขี่บนเส้นทางทุรกันดาร, Off-Road หรือการบรรทุกหนักเป็นประจำ จะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ผู้ขับขี่สายผจญภัยจึงควรเลือกใช้ยางที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานเป็นพิเศษ เช่น ยางในตระกูล Pirelli Scorpion™ ที่ถูกพัฒนามาเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบันโดยเฉพาะ
- สภาพแวดล้อมและการจัดเก็บ : การจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน ทำให้ยางสัมผัสกับรังสี UV โดยตรง หรือการสัมผัสกับสารเคมีและน้ำมัน ก็สามารถเร่งให้เนื้อยางเสื่อมสภาพและเกิดรอยแตกลายงาได้
5 สัญญาณสำคัญที่บอกว่ายางถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว

นอกจากการดูปีผลิตแล้ว การเช็กยางรถยนต์ด้วยสายตาเป็นประจำก็เป็นสิ่งสำคัญ นี่คือ 5 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่ายางรถยนต์เสื่อมสภาพ และถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางชุดใหม่
1. ดอกยางสึกถึงสะพานยาง
“สะพานยาง” คือแถบเนื้อยางเล็ก ๆ ที่อยู่ในร่องดอกยาง หากหน้ายางสึกจนมีความสูงเท่ากับสะพานยาง (ความลึกดอกยางเหลือประมาณ 1.6 มม.) แสดงว่าถึงวันหมดอายุยางรถยนต์ในการใช้งานแล้ว และต้องเปลี่ยนทันที เพราะประสิทธิภาพในการรีดน้ำและการยึดเกาะถนนจะลดลงอย่างมาก
2. เนื้อยางแข็งกระด้างและมีรอยแตกลายงา
ลองใช้เล็บจิกลงบนเนื้อยาง หากรู้สึกว่ายางแข็งมาก ไม่มีความยืดหยุ่น หรือสังเกตเห็นรอยแตกเล็ก ๆ คล้ายลายงาบริเวณแก้มยางหรือร่องดอกยาง นั่นคือสัญญาณชัดเจนของยางรถยนต์เสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย
3. ยางบวม ปูด หรือเสียรูปทรง
หากพบว่าแก้มยางมีอาการบวมปูดออกมาผิดปกติ ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง เพราะบ่งบอกว่าโครงสร้างภายในของยางได้ฉีกขาดแล้ว และเสี่ยงต่อการระเบิดสูงมาก ต้องหยุดใช้งานและเปลี่ยนทันที
4. บาดแผลลึกหรือรอยรั่วซึมขนาดใหญ่
ตรวจสอบร่องรอยบาดแผลบนหน้ายางและแก้มยาง หากพบบาดแผลลึกจนเห็นชั้นผ้าใบหรือโครงสร้างภายใน หรือมีการปะซ่อมแผลขนาดใหญ่มาก่อน ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว
5. พวงมาลัยสั่นหรือรถมีอาการผิดปกติ
หากรู้สึกว่าพวงมาลัยสั่นผิดปกติขณะขับขี่ หรือรถมีอาการดึงไปทางใดทางหนึ่ง อาจเป็นสัญญาณว่ายางเริ่มเสียรูปทรงหรือโครงสร้างมีปัญหา ควรนำรถเข้ารับการตรวจสอบที่ศูนย์บริการทันที
ยางรถยนต์กี่ปีควรเปลี่ยน
อายุยางรถยนต์โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 ปี แต่ถ้าหากนับอายุยางรถยนต์จากการใช้งานแล้ว จะอยู่ที่ 30,000-40,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 3-4 ปีครึ่ง เป็นระยะการใช้งานที่พอเหมาะ หลังผ่านการใช้งานก็จะมีอาการต่าง ๆ ปรากฏ เช่น ดอกยางสึก ผิวยางแตกลายงา เนื้อยางไม่ยืดหยุ่น จึงทำให้ช่างผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้เปลี่ยนยางชุดใหม่ตามระยะเวลาดังกล่าว หรือในกรณีที่รถใช้น้อยอายุการใช้งานยางรถยนต์ไม่ถึง 30,000 กิโลเมตร แต่อายุถึงปีที่ 5 แบบนี้ก็ควรเปลี่ยนเช่นกัน เพราะเนื้อยางเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ส่งผลต่อการยึดเกาะถนนเป็นอย่างมาก
ทำไมต้องดูอายุยางรถยนต์ให้เป็น
การดูปียางรถยนต์เป็นทักษะสำคัญสำหรับทุกคนที่ใช้รถ เพราะช่วยให้เราทราบถึงอายุยางรถยนต์ และประเมินความปลอดภัยในการใช้งานได้ ส่วนยางรถยนต์ใช้ได้กี่ปีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปแล้วยางรถยนต์อายุการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 ปีครึ่ง การรู้วิธีดูปียางรถยนต์ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางหรือยัง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่
ประโยชน์จากการดูปีผลิตยางรถยนต์
ความสำคัญของการดูปียางรถยนต์ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เปลี่ยนยางได้ตามระยะการใช้งานเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีในการใช้รถอยู่หลายเรื่อง ดังนี้
ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน : การทราบวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุช่วยลดความเสี่ยงจากยางระเบิดกะทันหัน เพราะยางที่มีอายุการลากใช้งานมากเกินไปมักมีความยืดหยุ่นลดลง เปราะแตกง่าย แม้ดอกยางจะดูใหม่แต่เนื้อยางอาจเสื่อมสภาพได้ ซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะเมื่อขับที่ความเร็วสูง หรือบรรทุกน้ำหนักมาก
ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว : การรู้ว่ายางรถยนต์อายุการใช้งานเหลือเท่าไร ทำให้วางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้ การปล่อยให้ใช้ยางเก่าจนเกิดปัญหาอาจนำไปสู่ค่าซ่อมแซมที่แพงกว่า เช่น ระบบช่วงล่าง ล้อแม็ก หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุ
เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ : การใช้ยางที่อยู่ในช่วงอายุการใช้งานที่เหมาะสมช่วยให้รถเกาะถนนดีขึ้น ประหยัดน้ำมัน และระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งเมื่อเทียบกับการดูปียางรถยนต์แล้วพบว่ามีอายุเกิน 5 ปี สมรรถนะจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
วิธีดูแลรักษายางรถยนต์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

ยางรถยนต์เป็นส่วนที่ถูกใช้งานหนักตลอดการขับขี่ การถนอมยางรถยนต์ช่วยยืดอายุการใช้งานยางรถยนต์ออกไปได้ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย สามารถทำได้ ดังนี้
- ขับอย่างระมัดระวัง ไม่ขับรถในสภาพถนนขรุขระหรือมีหลุมมีบ่อมากนัก
- ตั้งศูนย์ถ่วงล้อทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่
- ทำความสะอาดยางรถยนต์เป็นประจำ ลดคราบที่เกาะติดยางและล้อ
- เช็กสภาพดอกยางรถยนต์เป็นประจำ ระวังไม่ให้ดอกยางลดระดับลงเท่าสะพานยาง
- เลือกรุ่นและขนาดยางรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานรถยนต์
- เปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อใช้งานประมาณ 2 – 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร
คำแนะนำเพิ่มเติมจาก Pirelli ผู้ผลิตยางรถยนต์มาตรฐานระดับโลก
จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ Pirelli เราพบว่าความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการใช้ยางที่หมดอายุ คือระยะเบรกที่ยาวขึ้น และการควบคุมรถบนถนนเปียกลื่นที่ทำได้ยากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ การลงทุนเปลี่ยนยางใหม่ที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยที่คุ้มค่าที่สุด และสำหรับอายุยางสำรอง ก็ควรตรวจสอบเช่นกัน ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 6 ปี เพราะเนื้อยางอาจเสื่อมสภาพได้แม้ไม่ได้ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในการใช้เป็นยางอะไหล่
สรุปเกี่ยวกับวิธีดูปียางรถยนต์และการนับอายุ
มาถึงตรงนี้หลายคนคงจะเข้าใจกันแล้วว่าปียางดูตรงไหน ซึ่งอายุยางรถยนต์เป็นเพียงการนับระยะคร่าว ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบว่าใช้มานานเท่าไหร่ โดยในระหว่างใช้งานก็ต้องถนอมการใช้งานด้วยเช่นกัน และต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ รวมถึงห้ามละเลยการเปลี่ยนยางรถยนต์เด็ดขาด เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางควรเลือกยางคุณภาพดี เช่น ยาง Pirelli นอกจากยางคุณภาพดีระดับโลกแล้ว ยาง Pirelli ยังมาพร้อมเทคโนโลยียางที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ให้เลือกซื้อ ทั้งยาง Run Flat ที่ช่วยให้รถวิ่งต่อได้แม้ไม่มีแรงดันลมยาง ยาง Seal Inside ที่ยางปะซ่อมตัวเองได้โดยไม่ต้องเสียเวลาปะยาง หรือยาง PNCS ที่นุ่มเงียบ ลดเสียงรบกวนลงได้มากกว่าเดิม สัมผัสประสบการณ์ การขับขี่ที่เหนือระดับไปกับพิเรลลี่ เลือกยางที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบได้ง่าย ๆ ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B-Quik และ MMS ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ Shopee Lazada ผู้ที่มีคำถาม สามารถติดต่อสอบถาม Pirelli เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก m.me/PirellibyAsiatires
บทความจาก Pirelli

ปะยางแบบไหนดี พาเปรียบเทียบทุกวิธี พร้อมราคาและข้อจำกัด
ยางรถยนต์เมื่อเกิดปัญหายางรั่วไม่ลึกมาก สามารถแก้ไขได้ด้วยการปะยาง แต่หากเลือกใช้ยางที่มีเทคโนโลยี Seal Inside ช่วยให้รถวิ่งต่อไปได้อีกระยะโดยไม่ต้องปะยาง

รีวิวยาง PIRELLI Cinturato Rosso เจาะลึกสเปกและสมรรถนะการใช้งาน
ยาง Cinturato Rosso ยางรุ่นใหม่จาก Pirelli มีสมรรถนะยอดเยี่ยม เพิ่มเติมคุณภาพจากยางรุ่นเก่า ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัยได้มากขึ้น ขับขี่ได้เงียบสะดวกสบายกว่าเดิม

ยาง PIRELLI Cinturato Rosso ราคา สเปก และการใช้งานจริง
มาทำความรู้จักกับ Cinturato Rosso ยางรุ่นใหม่สมรรถนะสูง ที่พร้อมจะทำให้รถยนต์ของคุณพัฒนาการขับเคลื่อนก้าวไปอีกขั้น เดินทางท่องเที่ยวสนุกได้อย่างไร้ความสะดุด

ยางประหยัดน้ำมัน ต้องเลือกอย่างไร ช่วยประหยัดได้จริงแค่ไหน
ยางประหยัดน้ำมันถูกออกแบบมาให้ลดแรงเสียดทานการหมุนของล้อกับพื้นถนนทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ถ้าอยากเซฟเงินในกระเป๋ายางชุดใหม่ที่เลือกควรเป็นยางประหยัดน้ำมัน

วิธีเลือกซื้อยางรถยนต์ให้คุ้มค่า อ่านตัวเลขง่าย เหมาะกับการใช้งาน
วิธีเลือกยางรถยนต์ ช่วยให้ได้ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ยึดเกาะพื้นถนนได้ทุกสภาพผิว และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมาแทนยางชุดเก่าที่เสื่อมสภาพ

เจาะลึกไลน์อัปรถไฟฟ้า MG พร้อมอัปเดตราคาทุกรุ่น พร้อมความน่าใช้
MG รถไฟฟ้า เปิดสมรรถนะ 5 รุ่น EV Family ดีไซน์สวย พร้อมด้วยเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

รวม 7 สวนน้ำใกล้กรุงเทพฯ และสวนน้ำใกล้ฉันน่าเที่ยวทั่วไทย
สวนนํ้าใกล้ฉัน แนะนำวิธีการเสิร์ชหาสวนนํ้าใกล้ตัว พร้อมเผยลิสต์วอเตอร์พาร์คในไทยที่ควรลองไปให้ได้สักครั้งในชีวิต





