การจ่ายค่างวดรถยนต์งวดสุดท้ายถือเป็นจุดหมายสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนรอคอย เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพทางการเงินจากภาระผูกพันระยะยาว แต่หลังจากความโล่งใจนั้น ยังมีภารกิจสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด นั่นคือ “การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์” ให้ชื่อในเล่มทะเบียนเปลี่ยนจากชื่อของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) มาเป็นชื่อของคุณอย่างสมบูรณ์ ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งและมีกรอบเวลาทางกฎหมายกำหนดไว้
วันนี้ พิเรลลี่ จะพาไปไขข้อสงสัยว่า ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน พร้อมเปิดทุกขั้นตอนและข้อควรรู้ เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์คันโปรดได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้กังวล
จ่ายค่างวดสุดท้ายครบแล้ว ต้องทำอะไรต่อเป็นอย่างแรก?

หลังจากชำระค่างวดสุดท้ายเรียบร้อย หลายคนอาจสงสัยว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการติดต่อกับบริษัทไฟแนนซ์ที่คุณทำสัญญาเช่าซื้อไว้ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการ
ติดต่อไฟแนนซ์เพื่อยืนยันการปิดยอดบัญชี
โทรศัพท์หรือติดต่อบริษัทไฟแนนซ์เพื่อแจ้งการชำระเงินงวดสุดท้าย และยืนยันว่าบัญชีของคุณได้ปิดยอดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค้างชำระ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในระบบถูกต้อง
สอบถามเรื่องการรับชุดโอนกรรมสิทธิ์
โดยปกติแล้ว หลังจากปิดบัญชีประมาณ 7-15 วันทำการ ไฟแนนซ์จะจัดส่งเอกสารสำคัญที่เรียกว่า “ชุดโอนกรรมสิทธิ์” มาให้คุณทางไปรษณีย์ ซึ่งจะประกอบด้วย เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง, แบบฟอร์มคำขอโอน, หนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรองของกรรมการผู้มีอำนาจของไฟแนนซ์
เลือกระหว่างดำเนินการเอง หรือให้ไฟแนนซ์จัดการให้
คุณสามารถเลือกได้ว่าจะนำเอกสารไปดำเนินการโอนด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก หรือจะใช้บริการของไฟแนนซ์ให้จัดการให้ ซึ่งจะมีค่าบริการเพิ่มเติมเข้ามา แต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้
ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน?
นี่คือคำถามสำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของเรื่องนี้ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า เจ้าของรถจะต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในเอกสารการโอน หากดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ดังนั้น เมื่อได้รับเอกสารชุดโอนจากไฟแนนซ์แล้ว ควรรีบดำเนินการทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่ไม่จำเป็น
ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบก

สำหรับผู้ที่เลือกดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แม้จะฟังดูยุ่งยาก แต่ขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเตรียมตัวให้พร้อมและทำตามลำดับดังนี้
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
รวบรวมเอกสารชุดโอนที่ได้รับจากไฟแนนซ์ และเตรียมเอกสารส่วนตัวของคุณให้พร้อม (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป) กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องและครบถ้วน
นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ
ขับรถยนต์ของคุณไปยังกรมการขนส่งทางบกในเขตพื้นที่ที่รถจดทะเบียนไว้ และนำรถเข้าไปยังอาคาร “ตรวจสภาพรถ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์
ยื่นเรื่องที่ฝ่ายงานทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียม
เมื่อตรวจสภาพรถเสร็จแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่อาคารงานทะเบียน กดบัตรคิว และรอเจ้าหน้าที่เรียกเพื่อตรวจสอบเอกสารและประเมินค่าใช้จ่าย จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมด
รอรับเล่มทะเบียนรถฉบับใหม่ (ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์)
หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลในเล่มทะเบียนรถยนต์ โดยจะเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของคุณ ใช้เวลารอไม่นาน คุณก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถฉบับสมบูรณ์กลับบ้าน
เช็กลิสต์เอกสารและค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

เพื่อให้การดำเนินการราบรื่น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับหลายรอบ การเตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่สุด
- เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการโอนรถ
- เล่มทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริง)
- แบบฟอร์มคำขอโอนและรับโอน ซึ่งลงนามโดยผู้โอน (ไฟแนนซ์) และผู้รับโอน (ตัวคุณ)
- หนังสือมอบอำนาจจากไฟแนนซ์
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้โอน (กรรมการผู้มีอำนาจของไฟแนนซ์)
- สำเนาบัตรประชาชนของคุณ (ผู้รับโอน)
- (กรณีรถติดแก๊ส) ใบรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
- ค่าคำขอโอน: 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมการโอน: 100 บาท โดยประมาณ
- ค่าอากรแสตมป์: 500 บาท ต่อทุก ๆ การประเมินราคารถ 100,000 บาท
- ค่าตรวจสภาพรถ: 50 บาท
- ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน (กรณีต้องการเปลี่ยน): 200 บาท และค่าแผ่นป้ายทะเบียนใหม่
ข้อเสียของการไม่โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้เรียบร้อย
บางคนอาจคิดว่าการโอนกรรมสิทธิ์เป็นเรื่องยุ่งยากและปล่อยทิ้งไว้ก่อน แต่การเพิกเฉยอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ซับซ้อนกว่าในอนาคตได้
- ความเสี่ยงด้านค่าปรับตามกฎหมาย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับสูงสุด 2,000 บาท หากไม่ดำเนินการโอนภายใน 15 วัน
- ปัญหาในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับรถในอนาคต (ขายต่อ, รีไฟแนนซ์) คุณจะไม่สามารถขายต่อรถ หรือนำรถไปรีไฟแนนซ์ได้ เนื่องจากชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของไฟแนนซ์ ทำให้คุณไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายในการทำธุรกรรมเหล่านั้น
- ปัญหาด้านประกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น กระบวนการเคลมประกันอาจเกิดความยุ่งยากและล่าช้าได้ เนื่องจากชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนและชื่อผู้เอาประกันอาจไม่ตรงกัน
สรุป โอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย คือการเป็นเจ้าของรถที่สมบูรณ์
เมื่อได้ไขข้อสงสัยกันไปแล้วว่า ผ่อนรถหมดแล้วต้องโอนภายในกี่วัน การดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดจะช่วยให้คุณสบายใจและหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ในระยะยาว ซึ่งการเป็นเจ้าของรถที่สมบูรณ์นั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยมเสมอ
เช่นเดียวกับการเลือกใช้ยางรถยนต์คุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพราะยางคือส่วนประกอบเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนและส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ซึ่งยางรถยนต์ Pirelli พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัยให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ของคุณโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยซีรีส์และขนาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์ขอบ 16, ยางรถยนต์ขอบ 17, ยางรถยนต์ขอบ 18 สำหรับการใช้งานรถอย่างเต็มสมรรถนะ
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 153 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee Lazada และ TikTok Shop











