การเดินทางมายัง One Bangkok ศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะที่จอดรถ One Bangkok ที่กว้างขวาง และรองรับผู้มาเยือนได้อย่างสะดวกสบาย แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางมาอย่างไร มีค่าบริการในการจอดรถที่ One Bangkok อย่างไรบ้าง พิเรลลี่ มีข้อมูลดี ๆ มาฝากทุกคนเอง
One Bangkok ตั้งอยู่ตรงไหน มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
One Bangkok ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ติดกับสวนลุมพินี โดดเด่นด้วยการเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว ซึ่งหลัก ๆ จะมีการแบ่งโซน ดังนี้
- ฝั่งถนนวิทยุ มีไฮไลต์เด็ดที่ The Storeys สถานที่แฮงค์เอาท์สุดชิค รวมร้านค้าสไตล์ใหม่ไว้มากมาย พร้อมโรงแรมระดับลักชัวรี่อย่าง Andaz One Bangkok และ The Ritz-Carlton Bangkok
- ฝั่งพระราม 4 เป็นที่ตั้งของ PARADE แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารครบวงจร มีทั้ง King Power City Boutique และร้านดังระดับโลกที่เลือกเปิดที่นี่เป็นที่แรกในไทย ไม่ว่าจะเป็น Wolfgang Steak House สเต๊กเฮาส์ชื่อดังจากนิวยอร์ก หรือ Kaneko Hannosuke ร้านเทมปุระสุดฮิตจากญี่ปุ่น
- ตรงกลางโครงการ โดดเด่นด้วย Signature Tower อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมสูง 430 เมตร ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสิบตึกที่สูงที่สุดในอาเซียน ล้อมรอบด้วยสวนสวยให้พักผ่อนหย่อนใจ ทั้ง One Bangkok Park, Parade Park และ Wireless Park
นอกจากนี้ยังมีร้านดัง ๆ เปิดสาขาใหญ่พิเศษที่นี่ อย่าง Swatch ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Ravipa แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยที่มาเปิดสาขาใหญ่ที่สุด และ Starbucks Reserve ร้านกาแฟสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
ค่าจอดรถ One Bangkok 2026 อัปเดตล่าสุด

สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์มาใช้บริการ ที่นี่มอบสิทธิ์พิเศษให้คุณจอดฟรีใน 2 ชั่วโมงแรก โดยไม่มีเงื่อนไข หลังจากนั้นจะเริ่มคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ๆ คือ
1. กรณีไม่มีใบเสร็จ (เรทปกติ)
- ชั่วโมงที่ 1 – 2 : จอดฟรี (FREE)
- ชั่วโมงที่ 3 – 6 : คิดชั่วโมงละ 30 บาท
- ชั่วโมงที่ 7 เป็นต้นไป : คิดชั่วโมงละ 60 บาท
2. กรณีมีใบเสร็จจากการชอปปิง/ใช้บริการ (หลังประทับตราบัตรจอดรถ)
หากคุณมีการซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในศูนย์ฯ สามารถนำใบเสร็จรวมมาสะสมเพื่อรับสิทธิ์จอดฟรีเพิ่มได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง (สิทธิ์นี้รวม 2 ชั่วโมงแรกที่ให้ฟรีอยู่แล้ว)
- ยอดซื้อครบ 500 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 4 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 5 คิด 30 บาท / ชั่วโมงที่ 6 คิด 60 บาท / ชั่วโมงที่ 7 คิด 120 บาท / ชั่วโมงที่ 8 คิด 180 บาท)
- ยอดซื้อครบ 2,000 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 6 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 7 คิด 60 บาท / ชั่วโมงที่ 8 คิด 120 บาท)
- ยอดซื้อครบ 5,000 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 8 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป คิดชั่วโมงละ 60 บาท)
อัตราค่าจอดรถจักรยานยนต์ (Motorcycle)
สำหรับชาวสองล้อก็ได้รับสิทธิ์จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรกเช่นเดียวกัน โดยมีอัตราค่าบริการแปรผันตามเงื่อนไขดังนี้
1. กรณีไม่มีใบเสร็จ (เรทปกติ)
- ชั่วโมงที่ 1 – 2 : จอดฟรี (FREE)
- ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป : คิดชั่วโมงละ 20 บาท ยาว ๆ ไปจนถึงชั่วโมงที่ 8>>>
2. กรณีมีใบเสร็จจากการชอปปิง/ใช้บริการ (หลังประทับตราบัตรจอดรถ)
- ยอดซื้อครบ 500 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 4 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 5 คิด 20 บาท / ชั่วโมงที่ 6 คิด 40 บาท / ชั่วโมงที่ 7 คิด 60 บาท / ชั่วโมงที่ 8 คิด 80 บาท)
- ยอดซื้อครบ 2,000 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 6 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 7 คิด 20 บาท / ชั่วโมงที่ 8 คิด 40 บาท)
- ยอดซื้อครบ 5,000 บาทขึ้นไป : รับสิทธิ์จอดฟรี 8 ชั่วโมงแรก (ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป คิดชั่วโมงละ 20 บาท)
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องระวัง
- เศษของชั่วโมง : การคิดเงินจะปัดเศษของชั่วโมงขึ้นเป็น 1 ชั่วโมงเต็มทันที ดังนั้นควรเช็กเวลาให้ดีก่อนเลื่อนรถผ่านไม้กั้น
- การจอดรถข้ามคืน : หากจอดรถทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า จะมีโทษปรับคืนละ 1,000 บาทต่อ 1 คัน (ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าจอดรถตามเรทปกติที่ระบุไว้ข้างต้น)
สรุปคำถามยอดฮิต One Bangkok จอดรถฟรีกี่ชั่วโมง
- จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก เท่ากันทั้ง 2 รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่ต้องปั๊มตราบัตร
สามารถรวมใบเสร็จมาประทับตราบัตรจอดรถเพื่อรับสิทธิ์เพิ่มได้ตามยอดสุทธิ ดังนี้
- ครบ 500 บาทขึ้นไป จอดฟรีรวม 4 ชั่วโมง
- ครบ 2,000 บาทขึ้นไป จอดฟรีรวม 6 ชั่วโมง
- ครบ 5,000 บาทขึ้นไป จอดฟรีรวม 8 ชั่วโมง
ที่จอดรถ One Bangkok อยู่ตรงไหน รวมครบแผนผัง B1 ถึง B4

โครงการแห่งนี้มีการแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็นหลายส่วน ทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์ประชุม โรงแรม และพื้นที่สวนสาธารณะ One Bangkok Park ที่อยู่ตรงใจกลาง แต่สำหรับสายชอป สายกิน โซนหลักที่คุณจะมุ่งหน้าไปคือ พื้นที่สรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ (ห้างสรรพสินค้า) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ที่เดินเชื่อมถึงกันได้ ได้แก่ โซน PARADE (พาเรด) ที่อยู่ติดฝั่งถนนพระราม 4 เชื่อมต่อกับ MRT และโซน THE STOREYS (เดอะ สตอรี่ย์) โซนห้างสรรพสินค้าดีไซน์เก๋ที่มีร้านอาหารยอดฮิต
- สีของโซนจอดรถใต้ดินจะตรงกับสีของอาคารด้านบน ดังนั้นจำสีโซนที่คุณต้องการไปให้แม่น ยิ่งจอดตรงสี ยิ่งเดินใกล้ โดยคุณสามารถขับรถเข้ามาได้จาก 2 เส้นทางหลัก คือฝั่งถนนพระราม 4 และฝั่งทิศตะวันตก (ฝั่งถนนวิทยุ/สวนลุมพินี) มีที่จอดรถคนพิการให้บริการทุกชั้น และนี่คือจุดจอดที่ใกล้ที่สุดในแต่ละชั้น
ที่จอดรถชั้น B1

สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นบน หากเป้าหมายของคุณคือการมาเดินเล่นที่ห้างฝั่ง PARADE แนะนำให้เล็งโซนสีเขียวและสีแดง (บริเวณที่อยู่ติดกับอาคาร Parade) เมื่อจอดแล้วให้มองหาแลนด์มาร์กใหญ่อย่างร้าน MUJI, NITORI หรือ TSURUHA แล้วเดินเข้าห้างได้ทันที ส่วนใครจะไปฝั่ง THE STOREYS ให้มุ่งตรงไปจอดที่โซนสีเหลือง แล้วเดินมายังทางเข้าบริเวณอาคาร PARADE ก็จะสามารถเข้ามายังห้างได้อย่างรวดเร็วและไม่งง
ที่จอดรถชั้น B2

ชั้นนี้เป็นลานจอดรถชั้นใหญ่ที่เชื่อมต่อกับแกนหลักของห้างสรรพสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย จุดจอดรถที่ดีที่สุดสำหรับสาว ๆ หรือนักชอปคือการเลือกจอดในโซนสีน้ำเงินและโซนสีเหลือง จากนั้นให้เดินไปยังลิฟต์หรือบันไดเลื่อนที่อยู่ในบริเวณนั้น ๆ ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งระบบลิฟต์จะพาคุณพุ่งตรงไปยังภายในห้างโซน PARADE (ลิฟต์ฝั่งสีน้ำเงิน) และโซน THE STOREYS (ลิฟต์ฝั่งสีเหลือง) ได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินอ้อมให้เหนื่อย
ที่จอดรถชั้น B3

หากที่จอดรถในชั้น B2 เริ่มหนาแน่น ให้คุณขับรถลงมาที่ชั้น B3 ได้เลย เพราะชั้นนี้มีแผนผังและการจัดสรรโซนจอดรถที่เหมือนกับชั้น B2 คุณสามารถขับรถไปล็อกเป้าหมายชอปปิงแล้วเลือกจอดในโซนสีน้ำเงิน (สำหรับไปฝั่ง PARADE) หรือโซนสีเหลือง (สำหรับไปฝั่ง THE STOREYS) ได้ตามใจชอบ แล้วเดินเข้าสู่โถงลิฟต์โดยสารในโซนนั้น ๆ ได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดียวกัน
ที่จอดรถชั้น B4

สำหรับชั้นใต้ดินชั้นลึกสุดนี้จะไม่มีพื้นที่จอดรถโซนสีน้ำเงินให้บริการ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ต้องเดินหลงหรือหาทางขึ้นไม่เจอ แนะนำให้ผู้ใช้รถทุกคนเลือกจอดในโซนสีเหลือง และโซนสีเขียวเท่านั้น โดยเทคนิคที่ง่ายที่สุดคือ หากคุณขับไปจอดในพื้นที่ของโซนสีเขียว ให้เดินเชื่อมย้อนมาขึ้นลิฟต์โดยสารที่ตั้งอยู่ในบริเวณโซนสีเหลือง ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่นำพาคุณตัดตรงขึ้นสู่ห้างฝั่ง THE STOREYS ได้รวดเร็วและกระชับเวลาที่สุด
One Bangkok มีทางเข้ากี่ทาง
โครงการ One Bangkok มีทางเข้าหลักจากทั้งสองฝั่งถนน ดังนี้
ฝั่งถนนวิทยุ
- Main Entrance : ทางเข้าหลัก
- Entrance 2 : ทางเข้ารอง
ฝั่งถนนพระราม 4
- Entrance 3 : ทางเข้ารอง
- ทางเชื่อมจากทางด่วนเฉลิมมหานคร (ดินแดง-พระราม 9)
One Bangkok ที่จอดรถเปิดกี่โมง – ปิดกี่โมง
ที่จอดรถ One Bangkok เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานของผู้มาเยือนทุกช่วงเวลา โดยสามารถตรวจสอบจำนวนที่จอดรถว่างได้ผ่านแอปพลิเคชัน One Bangkok เพื่อความสะดวกในการวางแผนการเดินทาง
มีจุดชาร์จ EV ที่ One Bangkok ไหม
สำหรับใครที่ขับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มั่นใจได้เลยว่า One Bangkok มีจุดบริการชาร์จไฟเตรียมพร้อมต้อนรับอย่างแน่นอน และถือเป็นหนึ่งโครงการที่ออกแบบระบบเพื่อรองรับรถยนต์พลังงานสะอาดระดับ Smart City โดยมีสถานีชาร์จกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้
พิกัดสถานีชาร์จ EV ไฮไลต์ภายใน One Bangkok
- Tesla Supercharger (ชั้น B1 โซน Green Zone) : สถานีชาร์จความเร็วสูง V3 จ่ายไฟแรงสุด 250 kW จำนวน 4 ช่องชาร์จ พิกัดอยู่บริเวณเสา E09 (ใกล้กับห้าง MUJI) เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ใช้รถ Tesla ที่ต้องการชาร์จด่วนในเวลาประมาณ 15-30 นาทีระหว่างเดินชอปปิง
- BMW Exclusive Parking & Charging (ชั้น G จุดรับส่ง) : ช่องจอดและสถานีชาร์จสุดพรีเมียมที่สงวนสิทธิ์เฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ของค่าย BMW เท่านั้น
- Evolt EV Charging Station : ทางโครงการได้ร่วมมือกับเครือข่ายใหญ่อย่าง Evolt ในการติดตั้งและให้บริการหัวชาร์จตามจุดต่าง ๆ ในชั้นจอดรถใต้ดิน เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ที่เข้ามาใช้บริการในห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน
วิธีเดินทางด้วยรถสาธารณะมายัง One Bangkok

การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมี 3 ทางเลือกหลัก ได้แก่
รถไฟฟ้า MRT
- สถานีลุมพินี ทางออก 1
- เชื่อมต่อโดยตรงมายังโครงการที่ชั้น B1 Parade
รถไฟฟ้า BTS
- สถานีเพลินจิต ทางออก 2
- มีบริการ EV Shuttle Service จากหน้าตึกมหาทุน
- รถออกทุก 15 นาที ตั้งแต่ 07.00 – 22.00 น.
รถประจำทาง
- สาย 17, 50, 62, 76, 514
- สาย 2-28, A3, 13, 22, 149
- สาย 205 (3-51)
สรุปบทความ
One Bangkok ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับธุรกิจ และความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์สำหรับคนทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยที่จอดรถรถยนต์ที่รองรับทั้งรถสันดาป และรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมที่จุดชาร์จ และหากคุณเป็นนักเดินทางที่ต้องใช้รถเป็นประจำ การเลือกยางคุณภาพดีอย่าง PIRELLI ที่มีเทคโนโลยียางสุดทันสมัยที่ใส่มาในยางรถสันดาป และยางรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มเปี่ยม จึงพร้อมตอบโจทย์คนใช้รถได้อย่างเต็มสมรรถนะ
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 152 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน)
คำถามพบบ่อย (FAQ) เรื่องค่าที่จอดรถ One Bangkok
One Bangkok จอดรถฟรีกี่ชั่วโมง
ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก หากซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข สามารถนำใบเสร็จมาประทับตราเพื่อรับสิทธิ์จอดฟรีเพิ่มได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง
ค่าจอดรถ One Bangkok 1 วัน เท่าไหร่
ไม่มีราคาเหมาจ่ายรายวัน คิดตามชั่วโมงจริง รถยนต์เริ่มชั่วโมงละ 30-60 บาท รถจักรยานยนต์ชั่วโมงละ 20 บาท และหากจอดข้ามคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกปรับเพิ่มคืนละ 1,000 บาท
ที่จอดรถ One Bangkok อยู่ชั้นไหน
ที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดินรวม 5 ชั้น โดยรถยนต์ทั่วไปจอดได้ที่ชั้น B1, B2, B3 และ B4 ส่วนชั้น B1m ออกแบบแยกไว้สำหรับจอดรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ
จะรู้ได้ยังไงว่าที่จอดรถว่าง
สามารถเช็กสถานะที่จอดรถและจุดชาร์จ EV ที่ว่างแบบเรียลไทม์ได้ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของ One Bangkok ก่อนเลี้ยวเข้าโครงการ
One Bangkok จอดรถทางพระราม 4 ได้ไหม
โครงการมีทางเข้าลานจอดรถใต้ดินจากฝั่งถนนพระราม 4 โดยตรง และสามารถเข้าจากฝั่งทิศตะวันตก (ฝั่งถนนวิทยุที่ติดกับสวนลุมพินี) ได้อีกหนึ่งเส้นทาง











