Pirelli Thailand by ATV เช็คราคายานยนต์ ออนไลน์

การเลือกยางรถยนต์เส้นใหม่ไม่ใช่แค่การดูขนาดหรือลายดอกยางเท่านั้น แต่ยังมีตัวเลขลับบนแก้มยางที่หลายคนมองข้าม วันนี้ PIRELLI จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Treadwear คืออะไร และทำไมค่าการสึกหรอของยางถึงเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อยาง เพื่อให้คุณได้ยางที่คุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่มากที่สุด

เจาะลึก Treadwear คือค่าอะไรกันแน่ อยู่ตรงไหนของแก้มยาง

ค่า Treadwear คือค่าดัชนีชี้วัดอัตราการสึกหรอของดอกยางรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน UTQG ที่ถูกกำหนดขึ้นจากสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ประเมินคุณภาพยาง โดยค่า Treadwear เป็นตัวเลขที่พิมพ์อยู่บริเวณแก้มยาง ยิ่งตัวเลข Treadwear สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่ายางเส้นนั้นมีอัตราการสึกหรอที่ช้าและสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นเท่านั้นเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน

สัญลักษณ์ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบความทนทานของยางแต่ละรุ่นได้อย่างง่ายดาย การรู้ความหมายว่า Treadwear คืออะไร จึงมีประโยชน์อย่างมหาศาลในการช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณ

วิธีอ่านค่า Treadwear ตัวเลขสูงหรือต่ำ บอกสมรรถนะยางอย่างไร

วิธีอ่านค่า Treadwear

การอ่านค่า Treadwear คือสิ่งที่ช่วยให้เข้าใจสมรรถนะของยางได้อย่างรวดเร็ว โดยมีตัวเลข 100 เป็นเกณฑ์มาตรฐานเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยบ่งบอกลักษณะเฉพาะตัวของยางเส้นนั้น ๆ ได้ชัดเจน ซึ่งมีวิธีอ่านค่าและประเมินสมรรถนะพื้นฐาน ดังนี้

  1. ตัวเลข 100 : คือเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงเบื้องต้นของการสึกหรอตามที่หน่วยงานกลางกำหนดไว้
  2. ตัวเลขมากกว่า 100 : หมายถึงยางสึกหรอช้ากว่ามาตรฐาน เช่น Treadwear 200 คือสึกหรอช้าและทนทานกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2 เท่า
  3. ตัวเลขยิ่งสูง (เช่น 300-400+) : ยางยิ่งมีความแข็ง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน แต่อาจมีความกระด้างและเสียงดังเพิ่มขึ้น
  4. ตัวเลขยิ่งต่ำ (เช่น 200 ลงมา) : เนื้อยางยิ่งมีความนุ่ม ยึดเกาะถนนและเบรกได้ดีเยี่ยม แต่อัตราการสึกหรอจะเร็ว ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

เปรียบเทียบค่า Treadwear 200 vs 400 แบบไหนเหมาะกับรถของคุณที่สุด

  • Treadwear 200 หรือต่ำกว่า : ยางกลุ่มนี้เนื้อยางจะมีความนุ่มสูง ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและมีระยะเบรกที่สั้น ค่า Treadwear ระดับนี้มักพบในยางสปอร์ตสมรรถนะสูง ข้อเสียคือมีอัตราการสึกหรอเร็ว ทำให้ยางมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและการขับขี่ที่ต้องการความมั่นใจในการเข้าโค้งหรือใช้ความเร็วสูงเป็นประจำ
  • Treadwear 400 ขึ้นไป : ยางกลุ่มนี้ออกแบบมาเพื่อเน้นความทนทานเป็นหลัก เนื้อยางจะมีความแข็งมากกว่า ค่า Treadwear ระดับสูงแบบนี้จะช่วยให้อัตราการสึกหรอต่ำ อายุการใช้งานยาวนาน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีเยี่ยม แต่ข้อเสียคืออาจมีความกระด้าง เสียงดัง และเกาะถนนน้อยกว่ายางเนื้อนุ่ม เหมาะกับรถใช้งานทั่วไปที่วิ่งระยะทางไกล

รู้จักค่า Traction และ Temperature เพื่อนซี้ที่มาคู่ Treadwear

ค่า Traction และ Temperature

บนแก้มยางไม่ได้มีแค่ค่าการสึกหรอเท่านั้น นอกเหนือจากค่า Treadwear แล้ว ยังมีค่า Traction และ Temperature ซึ่งเป็นมาตรฐาน UTQG ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

ค่า Traction (AA-C) บ่งบอกความหนึบและระยะเบรกบนถนนเปียก

ค่า Traction คือความสามารถในการหยุดรถบนถนนเปียกชื้น โดยวัดจากการทดสอบเบรกบนพื้นยางมะตอยและพื้นคอนกรีต ระดับเกรดจะแบ่งเป็น AA, A, B และ C ตามลำดับ โดยเกรด AA ถือเป็นระดับสูงสุดที่ให้ระยะเบรกสั้นที่สุด 

 ค่า Temperature (A-C) สำคัญไฉน เมื่อยางต้องเจอกับความร้อน

ค่า Temperature คือความสามารถในการทนทานและระบายความร้อนของยางเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง มีระดับเกรดตั้งแต่ A, B ไปจนถึง C โดยเกรด A หมายถึงการระบายความร้อนได้ดีที่สุด ยางที่ได้เกรด A จะทนทานต่อความเร็วได้สูงกว่า 115 ไมล์ต่อชั่วโมง หากระบายความร้อนไม่ดีอาจเสี่ยงต่อยางระเบิดได้ 

วิธีเลือกยางจากค่า Treadwear ให้ได้สมรรถนะสูงสุด

วิธีเลือกยางจากค่า Treadwear

การจะเลือกยางให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ต้องนำค่านี้มาจับคู่กับไลฟ์สไตล์การขับขี่และประเภทของรถเป็นหลัก โดยมีวิธีพิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

  1. ใช้งานทั่วไปในเมือง : ควรเลือกรุ่นที่มีค่า Treadwear 300-400 เพื่อความสมดุลระหว่างความนุ่มนวล การเบรกที่ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่า
  2. สายสปอร์ตเน้นสมรรถนะ : หากชอบทำความเร็วและเข้าโค้งมั่นใจ ควรเลือกรุ่นที่ค่า Treadwear 200 หรือต่ำกว่า เพื่อให้ได้เนื้อยางนุ่มที่จิกเกาะถนนหนึบขั้นสุด
  3. เน้นวิ่งทางไกลและทนทาน : สำหรับรถที่ใช้งานหนักหรือวิ่งข้ามจังหวัดประจำ ควรเลือกยางที่มีค่า Treadwear 400 ขึ้นไป เพื่อลดความสึกหรอและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

ยางสปอร์ต vs ยางประหยัดน้ำมัน ค่า Treadwear ต่างกันแค่ไหน

  • ยางสปอร์ตมักมีค่า Treadwear ตัวเลขที่ต่ำ เช่นอยู่ในช่วง 180 ถึง 200 เพื่อให้ได้เนื้อยางที่เหนียวหนึบ เกาะถนนแน่น ตอบสนองความเร็วได้ดีเยี่ยม มอบความเร้าใจในทุกเส้นทาง
  • ยางประหยัดน้ำมันใช้งานทั่วไป จะมีค่า Treadwear ตัวเลขที่สูงกว่า เช่นอยู่ในช่วง 300 ถึง 400 ขึ้นไป เพื่อลดแรงเสียดทานและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดี

ปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่ออายุยาง นอกเหนือจากค่า Treadwear 

แม้ว่า Treadwear คือดัชนีหลักในการบอกอายุการสึกหรอ แต่ปัจจัยแวดล้อมอื่นก็สำคัญไม่แพ้กัน ปัจจัยที่มีผลนอกจากเรื่องที่ว่าก็คือพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถ อย่างการเหยียบเบรกกะทันหัน การเติมลมยางที่ไม่ได้มาตรฐานตาม รวมถึงการละเลยการสลับยางตามระยะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความสม่ำเสมอในการสึกหรอของหน้ายางและอายุการใช้งานจริงในระยะยาว

และเพื่อความปลอดภัยในอีกระดับ เราขอแนะนำเทคโนโลยีจาก PIRELLI อย่าง Seal Inside นวัตกรรมยางซีลตัวเองได้ที่ช่วยให้รถวิ่งต่อได้ทันทีแม้เหยียบตะปู ไม่ต้องจอดเปลี่ยนยางข้างทางให้เสี่ยงอันตราย หรือเทคโนโลยี Run Flat ที่โครงสร้างแก้มยางแข็งแรงพิเศษ รองรับน้ำหนักรถได้แม้ไม่มีลมยาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัย

PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee Lazada และ TikTok Shop

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Treadwear

ค่า Treadwear มีผลต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างไร

Treadwear เป็นค่าดัชนีชี้วัดอัตราการสึกหรอของหน้ายางรถยนต์ ยิ่งมีตัวเลขสูงแสดงว่ายางทนทานและสึกหรอช้า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปที่วิ่งระยะไกล ส่วนยางที่มีตัวเลขต่ำจะให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนดีเยี่ยม แต่อาจมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า

ควรเลือกยางที่มีค่า Treadwear คือ ระดับเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าที่สุด

สำหรับการใช้งานในเมืองหรือขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ค่า Treadwear คือ ระดับ 200 ถึง 400 ถือเป็นตัวเลขที่สมดุลที่สุด เพราะมอบทั้งการยึดเกาะถนนที่ดี ความนุ่มนวลที่พอเหมาะ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

ถ้ายางไม่มีตัวเลข Treadwear ระบุไว้บนแก้มยาง ถือว่าผิดปกติหรือไม่?

ไม่ผิดปกติ เนื่องจาก Treadwear คือ มาตรฐานของสหรัฐอเมริกา (UTQG) หากยางเส้นนั้นถูกผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้อิงมาตรฐานนี้ ก็อาจจะไม่มีการพิมพ์ตัวเลขดังกล่าวไว้บนแก้มยาง แต่ตัวยางยังคงได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลอื่น ๆ ปกติ

บทความจาก Pirelli

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า