การออกเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือด้วยการขับรถยนต์ส่วนตัว ยังคงเป็นอะไรที่หลายคนชื่นชอบ เพราะนอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังสามารถแวะเช็กอินตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ระหว่างทางได้มากมาย โดยเฉพาะการขับรถเที่ยวเชียงใหม่ แต่สำหรับคนที่อยากขับไปเองครั้งแรก แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเส้นทางไหนขับรถไปเชียงใหม่ดี วันนี้ พิเรลลี่ เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากกัน
วางแผนเดินทางเที่ยวเชียงใหม่ 2026 ขับรถกี่ชั่วโมงถึงจุดหมาย
เมื่อคิดจะขับรถไปเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ต้องนำมาคำนวณคือเรื่องของเวลา โดยทั่วไปแล้วการขับรถจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงตัวเมืองเชียงใหม่ จะมีระยะทางรวมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 690 – 700 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง ทั้งนี้เวลาดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และรวมเวลาหยุดพักยืดเส้นยืดสายหรือแวะเติมน้ำมันตามปั๊มประมาณ 2 – 3 ครั้งแล้ว แต่หากเป็นการเดินทางในช่วงเทศกาลหยุดยาว วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือกรณีที่มีสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกหนักในบางช่วง ก็อาจจะต้องเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นเป็น 11 – 12 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและไม่เร่งรีบจนเกินไป
เปรียบเทียบ 2 เส้นทางยอดนิยมจากกรุงเทพฯ สู่ปลายทางเชียงใหม่

เส้นทางในการขับรถขึ้นเหนือสู่จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน มี 2 เส้นทางหลักที่ผู้ขับขี่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยแต่ละเส้นทางจะมีสภาพการจราจรและทัศนียภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
1. เส้นทางพหลโยธินสายหลัก ขับง่าย ปั๊มเยอะ เหมาะกับมือใหม่
เส้นทางแรกจะใช้ทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน เป็นสายหลัก โดยวิ่งออกจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่กำแพงเพชร ตาก ลำปาง และเข้าสู่เชียงใหม่ มีระยะทางรวมประมาณ 690 กิโลเมตร
- จุดเด่น : ถนนส่วนใหญ่เป็นทางตรงยาว ขับขี่ง่าย มีป้ายบอกเส้นทางและป้ายเตือนต่าง ๆ ชัดเจนตลอดสาย ที่สำคัญคือมีจุดพักรถ ร้านอาหาร และสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ตั้งอยู่หนาแน่นตลอดเส้นทาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยขับรถทางไกลเป็นครั้งแรก เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่แวะพักหรือปั๊มน้ำมัน แต่มีข้อควรระวังคือมักจะมีรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่สัญจรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงเส้นทางกำแพงเพชรต่อเนื่องไปจนถึงตาก
2. เส้นทางสายเอเชียตัดเข้าทางหลวง 11 วิวสวย ลัดเลาะทิวเขา
เส้นทางที่สองจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งบนทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) จากนั้นทำการตัดเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 วิ่งผ่านจังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง และเข้าสู่เชียงใหม่ มีระยะทางรวมประมาณ 700 กิโลเมตร
- จุดเด่น : เส้นทางนี้ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่สวยงามตระการตา มีทิวทัศน์ของภูเขาและธรรมชาติให้ชมตลอดสองข้างทาง โดยเฉพาะช่วงที่ขับเข้าเขตจังหวัดลำปางมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ปริมาณรถยนต์ค่อนข้างน้อยและไม่หนาแน่นเท่าเส้นทางแรก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญให้แวะพักระหว่างทางหลายจุด เช่น แวะสักการะพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้จะมีช่วงที่เป็นทางโค้งลาดชันและลัดเลาะไปตามภูเขาค่อนข้างมาก ผู้ขับขี่ที่ไม่ชินทางจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและควบคุมความเร็วให้เหมาะสม
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเวลาเดินทางและพิกัดจุดแวะพักยอดฮิต

นอกจากระยะทางของแต่ละเส้นทางแล้ว ปัจจัยที่จะทำให้เวลาในการเดินทางสั้นลงหรือยาวขึ้นยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ออกเดินทางด้วย การเลือกออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้ามืด (ประมาณตี 4 – ตี 5) จะช่วยเลี่ยงรถติดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ดี ทำให้สามารถขับทำเวลาในช่วงแรกได้สะดวก ส่วนพิกัดจุดแวะพักยอดฮิตที่นักเดินทางนิยมจอดพักเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ได้แก่ จุดพักรถแถวประตูน้ำพระอินทร์, เลี่ยงเมืองนครสวรรค์ที่มีร้านของฝากและร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ช่วงจังหวัดตากและลำปาง ซึ่งเหมาะสำหรับการจอดพักยืดเส้นยืดสาย ล้างหน้าเพื่อความสดชื่นก่อนจะขับรถเข้าสู่เขตภาคเหนือตอนบน
เคล็ดลับเตรียมรถเที่ยวเชียงใหม่ให้ปลอดภัยก่อนลุยทางลาดชัน
ก่อนจะนำรถออกไปลุยทริปยาว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถยนต์อย่างละเอียดรอบด้าน เนื่องจากเส้นทางในเชียงใหม่หลายจุดเป็นทางลาดชันขึ้นเขาและมีโค้งหักศอก การเตรียมความพร้อมจึงต้องเน้นหนักไปที่ระบบส่วนล่างของตัวรถเป็นสำคัญ
- ระบบเบรก : ตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรก และระดับน้ำมันเบรกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะการขับรถลงเขาต้องใช้เบรกควบคุมความเร็วอย่างต่อเนื่อง หากผ้าเบรกเสื่อมสภาพอาจเกิดอาการเบรกไหม้หรือเบรกไม่อยู่ได้
- ระบบช่วงล่าง : ตรวจสอบโช้คอัพ ลูกหมาก และเพลาขับว่าไม่มีอาการหลวมหรือมีเสียงดังผิดปกติ เพื่อให้รถทรงตัวได้ดีเยี่ยมเวลาเข้าโค้ง
- ระบบระบายความร้อน : เช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นและพัดลมหม้อต้ม เพราะการขับรถขึ้นทางลาดชัน เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ หากระบบระบายความร้อนมีปัญหา อาจทำให้เครื่องยนต์ความร้อนขึ้นสูงจนโอเวอร์ฮีตได้
- ระบบไฟส่องสว่าง : ตรวจเช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกให้ใช้งานได้ครบทุกดวง เนื่องจากเส้นทางบนดอยมักมีหมอกลงจัดหรือทัศนวิสัยต่ำในบางช่วง
เทคนิคการเลือกยาง PIRELLI เพื่อความปลอดภัยในการขับรถเชียงใหม่

ยางรถยนต์คือชิ้นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน การเลือกใช้ยางที่มีสมรรถนะสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับรถเชียงใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ระดับโลกอย่าง PIRELLI ที่พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างระบบ Seal Inside ซึ่งเป็นนวัตกรรมยางปะรอยรั่วได้เองเมื่อถูกของมีคมทิ่มแทง ช่วยป้องกันการสูญเสียลมยาง และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางเปลี่ยวหรือทางลาดชันได้ โดยมีรุ่นยางแนะนำที่ตอบโจทย์แต่ละประเภทรถ ดังนี้
- PIRELLI Scorpion Verde : ยางสำหรับรถยนต์ SUV หรือรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ โดดเด่นในเรื่องการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก ช่วยให้การควบคุมรถระดับลุยทางดอยมีความเสถียรและนุ่มนวล
- PIRELLI Cinturato P7 : ยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ด้านความนุ่มเงียบและการประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมสมรรถนะในการรีดน้ำที่ยอดเยี่ยมเพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องเจอฝนตกบนเส้นทางหลวง
- PIRELLI Cinturato Rosso : ยางสำหรับผู้ที่ต้องการความนุ่มเงียบในการเดินทาง อายุการใช้งานนาน ทรงตัวได้ดีทั้งถนนแห้งและถนนเปียก ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี
วิธีการเช็กแรงดันลมยางให้พร้อมรองรับการเดินทางไกล
การตั้งค่าแรงดันลมยางก่อนออกเดินทางไกลไปเที่ยวเชียงใหม่ เป็นเรื่องที่ห้ามละเลยเด็ดขาด เนื่องจากการเดินทางไกลที่ต้องบรรทุกทั้งผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก บวกกับต้องวิ่งผ่านเส้นทางที่มีความร้อนสะสมบนผิวถนนและการกระแทกจากเส้นทางที่ขรุขระในบางช่วง ซึ่งมีวิธีเช็กและเติมลมให้เหมาะสม ดังนี้
- ตรวจเช็กในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ : เพื่อให้ได้ค่าแรงดันลมยางที่แม่นยำที่สุด ควรเช็กก่อนออกเดินทางหรือหลังจากจอดรถสนิทแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
- เพิ่มความดันลมยางจากค่ามาตรฐาน: แนะนำให้เติมลมยางเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ปกติที่ระบุไว้ข้างประตูรถประมาณ 2 – 3 PSI เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมในโครงสร้างยาง ป้องกันปัญหายางระเบิด
- เพิ่มความสามารถในการรองรับแรงกระแทก : การเติมลมยางให้แข็งขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้แก้มยางไม่ย้วยเกินไป เพื่อให้รถสามารถทรงตัวและกระจายแรงกระแทกได้ดี ในจังหวะที่ต้องขับผ่านเส้นทางโค้งหรือทางลาดชันบนดอย
เลือกขับรถเที่ยวเชียงใหม่ให้ราบรื่น ปลอดภัย ต้องยางที่ไว้ใจได้อย่าง PIRELLI
นอกจากการเตรียมความพร้อมเรื่องเส้นทาง และการตรวจเช็กสภาพรถที่สำคัญแล้ว การเลือกยางคุณภาพดี โดยเฉพาะซีรีส์ Seal Inside ที่เราได้แนะนำไป เป็นอีกหนึ่งความอุ่นใจที่คนใช้รถไม่ควรพลาด เพราะไม่ต้องเสี่ยงจอดในที่เปลี่ยวเพื่อรอความช่วยเหลือ แต่สามารถขับรถเพื่อนำไปซ่อมแซมต่อได้เอง อีกทั้งยังมีการรับประกันการใช้งานอีกด้วย
PIRELLI ยางรถยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่อยู่คู่ท้องถนนมานานกว่า 154 ปี มาพร้อมกับการรับประกัน บาด บวม แตก เคลมฟรี 1 ปี หรือ 25,000 กม. (เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด และลงทะเบียนภายใน 14 วัน) สนใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ในการขับรถเที่ยวเชียงใหม่
ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ควรใช้เส้นทางไหนดีที่สุด
หากชอบทางตรงยาว ขับง่าย มีปั๊มน้ำมันเยอะ เหมาะกับมือใหม่ แนะนำเส้นทางพหลโยธินสายหลัก แต่หากชอบขับชิลๆ ชมวิวภูเขาสวย รถไม่หนาแน่น เส้นทางสายเอเชียตัดเข้าทางหลวง 11 จะตอบโจทย์ที่สุด
การเดินทางไกลขึ้นเหนือ ควรเติมลมยางมากกว่าปกติเท่าไหร่
แนะนำให้เติมลมยางเพิ่มขึ้นจากค่ามาตรฐานที่ระบุไว้ข้างประตูรถประมาณ 2 – 3 PSI ในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ เพื่อช่วยลดความร้อนสะสม รองรับน้ำหนักสัมภาระ และช่วยให้รถทรงตัวได้ดีในทางโค้ง
เทคโนโลยียางปะตัวเองของ PIRELLI ช่วยเรื่องอะไรบ้างในการขึ้นดอย
เทคโนโลยี Seal Inside ช่วยอุดรอยรั่วจากการโดนตะปู หรือของมีคมแทงได้เอง ทำให้ลมยางไม่รั่วซึมออก ช่วยให้ขับรถเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย แม้เกิดเหตุบนเส้นทางเปลี่ยวหรือทางลาดชันบนดอย










